การสังเคราะห์ mRNA หรือ DNA transcription

Advertisements
เรื่องนี้ถูกเขียนใน genetics และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

100 ตอบกลับที่ การสังเคราะห์ mRNA หรือ DNA transcription

  1. วรรณนภา แง่พรหม พูดว่า:

    การถอดข้อความทางพันธุกรรมในดีเอ็นเอมาเป็นอาร์เอ็นเอจะมีดีเอ็นเอสายหนึ่งเป็นแม่แบบ อาร์เอ็นเอที่สร้างขึ้นจะมีการเรียงตัวของเบสตามกฎการจับคู่ของเบส
    กับเบสในสายดีเอ็นเอที่เป็นแม่แบบ เราจะเรียกดีเอ็นเอที่เป็นแม่แบบนี้ว่าสายแม่แบบ (template strand) และเรียกดีเอ็นเออีกสายหนึ่งที่ไม่ถูกถอดข้อความว่าสายรหัสพันธุกรรม (coding strand)

  2. วรรณนภา แง่พรหม พูดว่า:

    เย้ๆๆๆๆๆเสร็จแล้วใช่มั้ยคะ ^_______^

  3. ศิรวิทย์ ปัญเศษ 6/1 No.12 พูดว่า:

    ได้จากกระบวนการถอดรหัส ( transcription ) ของสายใดสายหนึ่งของดีเอ็นเอ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นรหัสพันธุกรรมที่ใช้ในการสังเคราะห์โปรตีน

  4. jirayaporn kunya พูดว่า:

    ดีเอ็นเอเกิดจากโปรตีน โดยที่การแปลรหัสของดีเอ็นเอจะมีปลายจาก 3-5 แต่ในการแปลรหัสของ rnaจะเริ่มจาก5-3หลังจากการแปลรหัสแล้วrnaจะออกไปอยู่ที่ไซโทพลาซึมและdna จะอยู่ในนิวเคลียส
    ในอาร์เอ็นเอจะมีแอนติโคดอนของอาร์เอ็นเอคือ เช่นa u g anticodonคือu a c
    ในการแปลรหัส ของดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอจะมี a u gเป็น ตัวเริ่มและ u a a,u a gและu g a

  5. Thanapart Rachon พูดว่า:

    ดีเอ็นเอเกิดจากโปรตีน โดยที่การแปลรหัสของดีเอ็นเอและการแปลรหัสของ rnaจะเริ่มจาก5-3ทุกครั้งเสมอหลังจากการแปลรหัสแล้วrnaจะออกไปอยู่ที่ไซโทพลาซึมและdna จะอยู่ในนิวเคลียส
    ในอาร์เอ็นเอจะมีแอนติโคดอนของอาร์เอ็นเอคือ เช่นa u g anticodonคือu a c
    ในการแปลรหัส ของดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอจะมี a u gเป็น ตัวเริ่มและ u a a,u a gและu g a

  6. นางสาวบงกช เวียงคำ ม6/1 พูดว่า:

    บงกช เวียงคำ ม.6/1
    การสังเคราะห์โปรตีน mRNA โดยอาศัยเอนไซม์ RNA polymeleseเริ่มจาก H-bond ที่ยึดระหว่างนิวคลีโอไทด์จะแตกออกทำให้สายDNA ช่วงใดช่วงหนึ่งแตกแยกออก ต่อมาจะมีนิวคลีโอไทด์เข้ามาเกาะกับสาย DNA แม่พิมพ์ โดยเบสที่เข้ามาเกาะกับเบส Aคือ U จะได้ mRNA และจะเคลื่อนที่ออกจากนิวเคลียสไปยังไซโทพลาสซึม

  7. สุชาดา เลี้ยวไธสงค์ พูดว่า:

    ทรานสคริปชั่น เป็นการสังเคราะห์ RNAโดยอาศัย DNA ต้นแบบ การสังเคราะห์ RNAใช้ DNA เพียงสายเดียว โดยใช้ เอนไซม้อาร์เอ็นอ พอลิเมอเรส และไรโบนิวคลีโอไทม์ 4 ชนิด คือ ไรโบนิวคลีโอไทด์ A U C และ G ข้อมูลทางพันธุกรรมใน DNA ได้ถ่ยทอดให้กับ RNA
    ทรานสเลชั่นเป็นการถอดรหัส DNA ให้เป็น mRNA เพื่อเป็นการนำไปสู่การสังเคราะโปรตีน โดยการทำงานของไรโบโซม ร่วมกับ tRNA ไรโบโซมทำหน้าที่ในการแปลรหัสโมเลกุลของ tRNA
    From DNA to Protein
    ข้อมูลพันธุกรรมในดีเอ็นเอซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในนิวเคลียส จะถูกคัดลอกข้อมูลแล้วแปลรหัสจนได้เป็นโปรตีน ก็ต่อเมื่อเซลล์ต้องการโปรตีนชนิดต่างๆ ก็จะมีสัญญาณส่งออกมาบอกให้นิวเคลียส ดำเนินการคัดลอกรหัสของดีเอ็นเอหรือยีน จนได้ (mRNA) จากนั้น mRNA ก็นำรหัสเหล่านั้นเคลื่อนที่จากนิวเคลียสไปยังไรโบโซม

  8. สุชาดา เลี้ยวไธสงค์ พูดว่า:

    ทรานสคริปชั่น เป็นการสังเคราะห์ RNAโดยอาศัย DNA ต้นแบบ การสังเคราะห์ RNAใช้ DNA เพียงสายเดียว โดยใช้ เอนไซม้อาร์เอ็นอ พอลิเมอเรส และไรโบนิวคลีโอไทม์ 4 ชนิด คือ ไรโบนิวคลีโอไทด์ A U C และ G ข้อมูลทางพันธุกรรมใน DNA ได้ถ่ยทอดให้กับ RNA
    ทรานสเลชั่นเป็นการถอดรหัส DNA ให้เป็น mRNA เพื่อเป็นการนำไปสู่การสังเคราะโปรตีน โดยการทำงานของไรโบโซม ร่วมกับ tRNA ไรโบโซมทำหน้าที่ในการแปลรหัสโมเลกุลของ tRNA
    From DNA to Protein
    ข้อมูลพันธุกรรมในดีเอ็นเอซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในนิวเคลียส จะถูกคัดลอกข้อมูลแล้วแปลรหัสจนได้เป็นโปรตีน ก็ต่อเมื่อเซลล์ต้องการโปรตีนชนิดต่างๆ ก็จะมีสัญญาณส่งออกมาบอกให้นิวเคลียส ดำเนินการคัดลอกรหัสของดีเอ็นเอหรือยีน จนได้ (mRNA) จากนั้น mRNA ก็นำรหัสเหล่านั้นเคลื่อนที่จากนิวเคลียสไปยังไรโบโซม

  9. ธีระวัฒน์ ลุนนนา พูดว่า:

    ทรานสคริปชั่น สาระหนึ่งของเกลียวคู่ดีเอ็นเอใช้เป็นแม่แบบโดย RNA polymerase เพื่อสังเคราะห์ (mRNA) . mRNA นี้ migrates จากนิวเคลียสไปยัง cytoplasm
    ทรานสเลชั่นเป็นการถอดรหัส DNA ให้เป็น mRNA เพื่อเป็นการนำไปสู่การสังเคราะโปรตีน โดยการทำงานของไรโบโซม ร่วมกับ tRNA ไรโบโซมทำหน้าที่ในการแปลรหัสโมเลกุลของ tRNA

    From DNA to Protein

    ข้อมูลพันธุกรรมในดีเอ็นเอซึ่งถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีในนิวเคลียส จะถูกคัดลอกข้อมูลแล้วแปลรหัสจนได้เป็นโปรตีน ก็ต่อเมื่อเซลล์ต้องการโปรตีนชนิดต่างๆ ก็จะมีสัญญาณส่งออกมาบอกให้นิวเคลียส ดำเนินการคัดลอกรหัสของดีเอ็นเอหรือยีน จนได้ (mRNA) จากนั้น mRNA จะนำรหัสเหล่านั้นเคลื่อนที่จากนิวเคลียสไปยังไรโบโซม ซึ่งเปรียบเสมือนโรงงานผลิตโปรตีน ไรโบโซมจะทำการแปลรหัสของ mRNA แล้วนำกรดอะมิโนที่ตรงกันกับรหัสมาเชื่อมต่อกันเป็นสายโพลีเพพไทด์ ซึ่งก็คือโปรตีนนั่นเอง

  10. Rudchadaporn Minyong พูดว่า:

    DNA replication
    สำหรับ DNA replication นะคะ
    1. เริ่มด้วยเอนไซม์ helicase เข้าไปตัด H-bond ของเบสที่สาย DNA ที่จับคู่กันให้แยกจากกัน โดยอาศัย ATP ซึ่งการตัดนี้ทำให้เกิด replication fork
    2. จะมี single strand binding protein มาช่วยจับDNA สายเดี่ยวนี้ บริเวณ fork เพื่อให้รักษาสภาพสายไว้อย่างงั้น
    3. Primase จะสร้าง RNA primer ขึ้นมา ต่อกับDNA สายต้นแบบ เพื่อเป็นตัวเริ่มต้นให้กับสายใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น (สังเกตว่าเป็น RNA นะ)
    4. DNA polymerase III จะเข้ามาเพิ่มความยาวDNA สายใหม่โดยนำ nucleotide มาต่อกับ RNA primer ไปในทิศ 5′–>3′
    พอมาถึงตรงนี้ จะพบว่า สายDNAต้นแบบ สายหนึ่งจะไม่มีปัญหาเพราะสามารถต่อสายไปทาง5′–>3’ได้ตามปกติ (สายต้นแบบเป็น 3′–>5′) เรียกสายใหม่ที่ได้ว่า leading strand
    ส่วนอีกสายหนึ่ง lagging strand จะมีปัญหา (สายต้นแบบเป็น 5′–>3′) ดังนั้น จึงมีการใช้primer เป็นช่วงๆ เพื่อให้เป็นตัวเริ่มต้นของสายสั้นๆ ในทิศ 3′–>5′ ก็คือจะได้สายใหม่ที่เป็นท่อนๆ (okazaki fragment)
    5. RNA primer จะถูกเอาออกไปเพราะมันเป็น RNA ไม่ใช่ DNA (ไม่ใช่พวกเดียวกัน) โดย DNA polemerase I มาจัดการพร้อมทั้งเติม nucleotide เข้าไปถมที่แทน
    6. สำหรับ lagging srtand การถมของ polymerase I ก็ยังทำให้เหลือช่องว่าง (nick) อยู่ DNA ligase จะเข้ามาเชื่อมช่องว่างนั้น โดยใช้ ATP ทำให้ท่อนๆมาเชื่อมกันเป็นสายยาวได้

  11. Ruttiya Deeto พูดว่า:

    DNA replication
    สำหรับ DNA replication นะคะ
    1. เริ่มด้วยเอนไซม์ helicase เข้าไปตัด H-bond ของเบสที่สาย DNA ที่จับคู่กันให้แยกจากกัน โดยอาศัย ATP ซึ่งการตัดนี้ทำให้เกิด replication fork
    2. จะมี single strand binding protein มาช่วยจับDNA สายเดี่ยวนี้ บริเวณ fork เพื่อให้รักษาสภาพสายไว้อย่างงั้น
    3. Primase จะสร้าง RNA primer ขึ้นมา ต่อกับDNA สายต้นแบบ เพื่อเป็นตัวเริ่มต้นให้กับสายใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น (สังเกตว่าเป็น RNA นะ)
    4. DNA polymerase III จะเข้ามาเพิ่มความยาวDNA สายใหม่โดยนำ nucleotide มาต่อกับ RNA primer ไปในทิศ 5′–>3′
    พอมาถึงตรงนี้ จะพบว่า สายDNAต้นแบบ สายหนึ่งจะไม่มีปัญหาเพราะสามารถต่อสายไปทาง5′–>3’ได้ตามปกติ (สายต้นแบบเป็น 3′–>5′) เรียกสายใหม่ที่ได้ว่า leading strand
    ส่วนอีกสายหนึ่ง lagging strand จะมีปัญหา (สายต้นแบบเป็น 5′–>3′) ดังนั้น จึงมีการใช้primer เป็นช่วงๆ เพื่อให้เป็นตัวเริ่มต้นของสายสั้นๆ ในทิศ 3′–>5′ ก็คือจะได้สายใหม่ที่เป็นท่อนๆ (okazaki fragment)
    5. RNA primer จะถูกเอาออกไปเพราะมันเป็น RNA ไม่ใช่ DNA (ไม่ใช่พวกเดียวกัน) โดย DNA polemerase I มาจัดการพร้อมทั้งเติม nucleotide เข้าไปถมที่แทน
    6. สำหรับ lagging srtand การถมของ polymerase I ก็ยังทำให้เหลือช่องว่าง (nick) อยู่ DNA ligase จะเข้ามาเชื่อมช่องว่างนั้น โดยใช้ ATP ทำให้ท่อนๆมาเชื่อมกันเป็นสายยาวได้

  12. Rudchadaporn Minyong พูดว่า:

    DNA Transcription
    transcription DNA เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดข้อมูลทางพันธุกรรมจาก DNA เพื่อ RNA มี 3 ขั้นตอนหลักในการประมวลผลของ DNA
    transcription RNA polymerase ผูกกับ DNA DNA จะถ่ายทอดโดยเอนไซม์ที่เรียกว่า RNA polymerase ลำดับ nucleotide RNA polymerase บอกเฉพาะที่เริ่มต้นและสิ้นสุดที่ RNA polymerase ยึดติดกับดีเอ็นเอที่เฉพาะที่เรียกว่าพื้นที่ promoter
    การยืดออก เรียกว่าโปรตีนบางปัจจัย transcription ผ่อนคลาย strand DNA และ RNA polymerase อนุญาตให้จดเพียงสาระเดียว DNA เป็น RNA พอลิเมอเดียวติดเรียก messenger RNA (mRNA) สาระที่ทำหน้าที่เป็นแม่แบบเรียกว่า antisense strand สาระที่ไม่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกเรียกว่าสาระ
    เช่น DNA, RNA ประกอบด้วยฐาน nucleotide RNA แต่มี adenine nucleotides, guanine, cytosine และ uricil (U) RNA polymerase เมื่อ transcribes DNA, คู่กับ guanine และ cytosine adenine คู่กับ uricil
    การสิ้นสุด RNA polymerase ย้ายตาม DNA จนกระทั่งถึงลำดับ terminator ที่จุด RNA polymerase ออก polymer mRNA และ detaches จาก DNA ตั้งแต่มีการสร้างโปรตีนใน cytoplasm ของเซลล์โดยกระบวนการที่เรียกว่าแปล mRNA ต้องข้าม membrane นิวเคลียร์ถึง cytoplasm เมื่อใน cytoplasm, mRNA พร้อมกับไรโบโซมและอื่นโมเลกุล RNA เรียกใช้ได้ RNA, ทำงานร่วมกันเพื่อผลิตโปรตีน โปรตีนสามารถผลิตในปริมาณมากเพราะลำดับ ดีเอ็นเอเดียวสามารถถ่ายทอดหลายโมเลกุล RNA polymerase ในครั้งเดียว

  13. Ruttiya Deeto พูดว่า:

    DNA Transcription
    transcription DNA เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดข้อมูลทางพันธุกรรมจาก DNA เพื่อ RNA มี 3 ขั้นตอนหลักในการประมวลผลของ DNA
    transcription RNA polymerase ผูกกับ DNA DNA จะถ่ายทอดโดยเอนไซม์ที่เรียกว่า RNA polymerase ลำดับ nucleotide RNA polymerase บอกเฉพาะที่เริ่มต้นและสิ้นสุดที่ RNA polymerase ยึดติดกับดีเอ็นเอที่เฉพาะที่เรียกว่าพื้นที่ promoter
    การยืดออก เรียกว่าโปรตีนบางปัจจัย transcription ผ่อนคลาย strand DNA และ RNA polymerase อนุญาตให้จดเพียงสาระเดียว DNA เป็น RNA พอลิเมอเดียวติดเรียก messenger RNA (mRNA) สาระที่ทำหน้าที่เป็นแม่แบบเรียกว่า antisense strand สาระที่ไม่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกเรียกว่าสาระ
    เช่น DNA, RNA ประกอบด้วยฐาน nucleotide RNA แต่มี adenine nucleotides, guanine, cytosine และ uricil (U) RNA polymerase เมื่อ transcribes DNA, คู่กับ guanine และ cytosine adenine คู่กับ uricil
    การสิ้นสุด RNA polymerase ย้ายตาม DNA จนกระทั่งถึงลำดับ terminator ที่จุด RNA polymerase ออก polymer mRNA และ detaches จาก DNA ตั้งแต่มีการสร้างโปรตีนใน cytoplasm ของเซลล์โดยกระบวนการที่เรียกว่าแปล mRNA ต้องข้าม membrane นิวเคลียร์ถึง cytoplasm เมื่อใน cytoplasm, mRNA พร้อมกับไรโบโซมและอื่นโมเลกุล RNA เรียกใช้ได้ RNA, ทำงานร่วมกันเพื่อผลิตโปรตีน โปรตีนสามารถผลิตในปริมาณมากเพราะลำดับ ดีเอ็นเอเดียวสามารถถ่ายทอดหลายโมเลกุล RNA polymerase ในครั้งเดียว

  14. น.ส. พัณนิภา คะพรมมา 6/1 30 พูดว่า:

    การสังเคราะห์ mRNA หรือ DNA transcription

    stop codon 1 UAA 2 UAG 3UGA
    DNA = A=T C=G

    mRNA A=U T=A C=G

  15. วันวิสาข์ ม.6/1 พูดว่า:

    -เอนไซม์ RNA polymerase สลายพันธะพอลินิวคลีโอไทด์ 2 สายของ DNA คลายเกลียวแยกออกจากกัน มีหนึ่งสายเป็นแม่พิมพ์
    -ไรโบนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสจะเข้าคู่กับนิวคลีโอไทด์ของ DNA สายแม่พิมพ์คือ เบส C จับกับ G และ A จับกับ U จะจับกับนิวคลีโอไทด์ของ DNA สายแม่พิมพ์ เอนไซม์ RNA polymerase จะเชื่อมไรโบนิวคลีโอไทด์อิสระมาต่อกันเป็นสายยาว ทิศทางสังเคราะห์ RNA จากปลาย 5′ ไป 3′
    -เอนไซม์ RNA polymerase หยุดทำงานแยกตัวออกจาก DNA สาย RNA แยกออกไปยังไซโทพลาสซึมส่วนสายแม่พิมพ์ DNA 2 สาย จับคู่กันและบิดเป็นเกลียวเหมือนเดิม

  16. kittisak_Thepwongsa.6/1 พูดว่า:

    การสังเคราะห์โปรตีนเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในไซโทพลาสซึมของเซลล์ โดยมีออร์แกเนลล์ที่เกี่ยวข้อง คือ ไรโบโซม เมื่อ DNA ภายในนิวเคลียสสังเคราะห์ mRNA ลำดับเบสของ mRNA ซึ่งเป็นรหัสพันธุกรรมนี้ถูกกำหนดโดยลำดับเบสของ DNA

  17. ขวัญปราณี ศรีเนตร ม.6/2 เลขที 19 พูดว่า:

    DNA Transcription
    DNA ประกอบด้วยสี่ฐาน nucleotide [adenine (A), guanine (G), cytosine (C) และ thymine (T)] ที่จับคู่กัน (AT และ CG) ให้ DNA ลานรูปร่างของคู่
    มีสามขั้นตอนหลักในการประมวลผลของ DNA มี transcription
    • RNA Polymerase ผูกกับ DNA
    DNA จะถ่ายทอดโดยเอนไซม์ที่เรียกว่า RNA polymerase ลำดับ nucleotide RNA polymerase บอกเฉพาะที่เริ่มต้นและสิ้นสุดที่ RNA polymerase ยึดติดกับดีเอ็นเอที่เฉพาะที่เรียกว่าพื้นที่ promoter
    โปรตีนบางชนิดที่เรียกว่าปัจจัย transcription ผ่อนคลาย strand DNA และ RNA polymerase อนุญาตให้ถ่ายเพียงสาระเดียวของ DNA ในเดียว polymer RNA ติดเรียก messenger RNA (mRNA) สาระที่ทำหน้าที่เป็นแม่แบบเรียกว่า antisense strand สาระที่ไม่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกเรียกว่าสาระ
    เช่น DNA, RNA ประกอบด้วยฐาน nucleotide RNA แต่มี adenine nucleotides, guanine, cytosine และ uricil (U) RNA polymerase เมื่อ transcribes DNA, คู่กับ guanine และ cytosine adenine คู่กับ uricil
    RNA polymerase ย้ายตาม DNA จนกระทั่งถึงลำดับ terminator ที่จุด RNA polymerase ออก polymer mRNA และ detaches จาก DNA
    ตั้งแต่มีการสร้างโปรตีนใน cytoplasm ของเซลล์โดยกระบวนการที่เรียกว่าแปล mRNA ต้องข้าม membrane นิวเคลียร์ถึง cytoplasm เมื่อใน cytoplasm, mRNA พร้อมกับไรโบโซมและอื่นโมเลกุล RNA เรียกใช้ได้ RNA, ทำงานร่วมกันเพื่อผลิตโปรตีน โปรตีนสามารถผลิตในปริมาณมากเพราะลำดับดีเอ็นเอเดียวสามารถถ่ายทอดโดยหลายโมเลกุล RNA polymerase ในครั้งเดียว

  18. pamornmas huttasarn 6/2 พูดว่า:

    การสังเคราะห์ mRNA หรือ DNA transcription ( การถอดรหัส) เป็นการสังเคราะห์ RNA โดยอาศัย DNA เป็นต้นแบบ

  19. กนกวรรณ สารีแหล่ ชั้น 6/2 เลขที่ 14 พูดว่า:

    ทรานสคริปชันหรือการถอดรหัส มี 3 ขั้นตอน ดังนี้
    ขั้นเริ่มต้น RNA พอลิเมอเรส จะเข้าไปจับดีเอ็นเอ ตรงบริเวณที่จะสังเคราะห์ ทำให้พันธะ
    ระหว่างคู่เบสสลาย พอลินิวคลีโอไทด์ 2 สายของดีเอ็นเจะคลายเกลียวแยกอกจากกัน

    ขั้นการต่อสายยาว ไรโบนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสที่เข้าคู่กับนิวคลีโอไทด์ของดีเอ็นเอสายแม่พิมพ์คือ
    เบส ซี เข้ากับ จี และเบส ยู เข้ากับ เอ จะเข้ามาจับนิวคลีโอไทด์ของดีเอ็นเอ เอ็นไซม์ อาร์เอ็นเอ
    พอลิเมอเรส จะเชื่อมไรโบนิวคลีโอไทด์อิสระ มาต่อกันเป็นสายยาว

    ขั้นสิ้นสุด เอนไซม์ อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรสหยุดทำงานและแยกตัวออกจากดีเนเอสายแม่พิมพ์ สายดีเอ็นเอที่สังเคราะห์ได้ จะแยกอกจากดีเอ็นเอไปยังไซโทพลาซึม ส่วนดีเอ็นเอ 2 สายจะจับคู่กัน และบิดเป็นเกลียวเหมือนเดิม

  20. ทรานสคริปชันหรือการถอดรหัส มี 3 ขั้นตอน ดังนี้
    ขั้นเริ่มต้น RNA พอลิเมอเรส จะเข้าไปจับดีเอ็นเอ ตรงบริเวณที่จะสังเคราะห์ ทำให้พันธะ
    ระหว่างคู่เบสสลาย พอลินิวคลีโอไทด์ 2 สายของดีเอ็นเจะคลายเกลียวแยกอกจากกัน

    ขั้นการต่อสายยาว ไรโบนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสที่เข้าคู่กับนิวคลีโอไทด์ของดีเอ็นเอสายแม่พิมพ์คือ
    เบส ซี เข้ากับ จี และเบส ยู เข้ากับ เอ จะเข้ามาจับนิวคลีโอไทด์ของดีเอ็นเอ เอ็นไซม์ อาร์เอ็นเอ
    พอลิเมอเรส จะเชื่อมไรโบนิวคลีโอไทด์อิสระ มาต่อกันเป็นสายยาว

    ขั้นสิ้นสุด เอนไซม์ อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรสหยุดทำงานและแยกตัวออกจากดีเนเอสายแม่พิมพ์ สายดีเอ็นเอที่สังเคราะห์ได้ จะแยกอกจากดีเอ็นเอไปยังไซโทพลาซึม ส่วนดีเอ็นเอ 2 สายจะจับคู่กัน และบิดเป็นเกลียวเหมือนเดิม

  21. ทรานสคริปชันหรือการถอดรหัส มี 3 ขั้นตอน ดังนี้
    ขั้นเริ่มต้น RNA พอลิเมอเรส จะเข้าไปจับดีเอ็นเอ ตรงบริเวณที่จะสังเคราะห์ ทำให้พันธะ
    ระหว่างคู่เบสสลาย พอลินิวคลีโอไทด์ 2 สายของดีเอ็นเจะคลายเกลียวแยกอกจากกัน

    ขั้นการต่อสายยาว ไรโบนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสที่เข้าคู่กับนิวคลีโอไทด์ของดีเอ็นเอสายแม่พิมพ์คือ
    เบส ซี เข้ากับ จี และเบส ยู เข้ากับ เอ จะเข้ามาจับนิวคลีโอไทด์ของดีเอ็นเอ เอ็นไซม์ อาร์เอ็นเอ
    พอลิเมอเรส จะเชื่อมไรโบนิวคลีโอไทด์อิสระ มาต่อกันเป็นสายยาว

    ขั้นสิ้นสุด เอนไซม์ อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรสหยุดทำงานและแยกตัวออกจากดีเนเอสายแม่พิมพ์ สายดีเอ็นเอที่สังเคราะห์ได้ จะแยกอกจากดีเอ็นเอไปยังไซโทพลาซึม ส่วนดีเอ็นเอ 2 สายจะจับคู่กัน และบิดเป็นเกลียวเหมือนเดิม

  22. กันภิรมย์ ลือไชย เลขที่ 15 ชั้น 6/1 พูดว่า:

    การศสังเคราะห์ RNAมีขั้นตอน 3ขั้นตอน

    ขั้นเริ่มต้น เอนไซม์อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรสจะเข้าจับกับ DNA ตรงบริเวณที่จะสังเครสาะห์ RNA ทำให้พันธะ”อโดเจนระหว่างคู่สลาย
    ขั้นการต่อสายยาว ไรโปนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสที่เข้าคู่กับนิวคลีโอไทด์ของ RNA
    คือ C คู่ G และ U คู่ A
    ขั้นสิ้นสุด เอนไซม์อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรสหยุดทำงานเเละแยกตัวออกจาก DNA
    สายแม่พิมพ์สาย RNA ที่สังเคราะห์ได้เเยกออกจาก DNA ไปยังไซโทรพลาซึมส่วน DNA 2 สาย จับคู่กันเเละชิดเป็นเกลียวเหมือนเดิม ค่ะ

  23. ธีระวัฒน์ ลุนนนา พูดว่า:

    dna transcription
    ก่อนการสังเคราะห์โปรตีนของการเริ่มต้นที่โมเลกุล RNA ตรงกันผลิตโดย transcription RNA สาระหนึ่งของเกลียวคู่ดีเอ็นเอใช้เป็นแม่แบบโดย RNA polymerase เพื่อสังเคราะห์ messenger RNA (mRNA) . mRNA นี้ migrates จากนิวเคลียสไปยัง cytoplasm ในระหว่างขั้นตอนนี้ผ่านไป mRNA ชนิดต่างๆรวมทั้งสุกหนึ่งเรียกว่า splicing เมื่อ non – coding sequences จะยกเลิก mRNA ลำดับ coding สามารถอธิบาย nucleotides หน่วยสามเรียก codon

  24. สุชาดา เลี้ยวไธสงค์ พูดว่า:

    ทรานสคริปชั่น
    เป็นการสังเคราะห์ RNAโดยอาศัย DNA ต้นแบบ การสังเคราะห์ RNAใช้ DNA เพียงสายเดียว โดยใช้ เอนไซม้อาร์เอ็นอ พอลิเมอเรส และไรโบนิวคลีโอไทม์ 4 ชนิด คือ ไรโบนิวคลีโอไทด์ A U C และ G ข้อมูลทางพันธุกรรมใน DNA ได้ถ่kยทอดให้กับ RNA

  25. ทิพยวรรณ มิตรแสง ม.6/1 พูดว่า:

    DNA Transcription
    เอนไซม์อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรสจะเข้าไปจับกับดีเอ็นเอตรงบริเวณที่จะสังเคราะห์อาร์เอ็นเอ ทำให้พันธะไฮโดรเจนระหว่างคู่เบสสลาย พอลินิวคลิโอไทด์ 2 สายของดีเอ็นเอ จะคลายเกลียวแยกออกจากกัน โดยมีสายใดสายหนึ่งเป็นแม่พิมพ์ ไรโบนิวคลีโอไทด์ ที่มีเบสที่เข้าคู่กับนิวคลิโอไทด์ของดีเอ็นเอ สายแม่พิมพ์mRNA ออกจากนิวเคลียสเข้าสู่”ซโทพลาสซึมและไปพาดอยู่บนไรโบโซมดีเอ็นเอ 2 สาย กลับมาสร้างเกลียวคู่เหมือนเดิม 

  26. เชษฐวัฒน์ สาขันธ์โครต ม.6/1 พูดว่า:

    DNA Transcription
    เอนไซม์อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรสจะเข้าไปจับกับดีเอ็นเอตรงบริเวณที่จะสังเคราะห์อาร์เอ็นเอ ทำให้พันธะไฮโดรเจนระหว่างคู่เบสสลาย พอลินิวคลิโอไทด์ 2 สายของดีเอ็นเอ จะคลายเกลียวแยกออกจากกัน โดยมีสายใดสายหนึ่งเป็นแม่พิมพ์ ไรโบนิวคลีโอไทด์ ที่มีเบสที่เข้าคู่กับนิวคลิโอไทด์ของดีเอ็นเอ สายแม่พิมพ์mRNA ออกจากนิวเคลียสเข้าสู่”ซโทพลาสซึมและไปพาดอยู่บนไรโบโซมดีเอ็นเอ 2 สาย กลับมาสร้างเกลียวคู่เหมือนเดิม 

  27. ประภัสสร พรหมริน ม.6/1 พูดว่า:

    DNA Transcription
    เอนไซม์อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรสจะเข้าไปจับกับดีเอ็นเอตรงบริเวณที่จะสังเคราะห์อาร์เอ็นเอ ทำให้พันธะไฮโดรเจนระหว่างคู่เบสสลาย พอลินิวคลิโอไทด์ 2 สายของดีเอ็นเอ จะคลายเกลียวแยกออกจากกัน โดยมีสายใดสายหนึ่งเป็นแม่พิมพ์ ไรโบนิวคลีโอไทด์ ที่มีเบสที่เข้าคู่กับนิวคลิโอไทด์ของดีเอ็นเอ สายแม่พิมพ์mRNA ออกจากนิวเคลียสเข้าสู่”ซโทพลาสซึมและไปพาดอยู่บนไรโบโซมดีเอ็นเอ 2 สาย กลับมาสร้างเกลียวคู่เหมือนเดิม 

  28. รุจิรา สุจันศรี ม.6/1 พูดว่า:

    DNA Transcription
    เอนไซม์อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรสจะเข้าไปจับกับดีเอ็นเอตรงบริเวณที่จะสังเคราะห์อาร์เอ็นเอ ทำให้พันธะไฮโดรเจนระหว่างคู่เบสสลาย พอลินิวคลิโอไทด์ 2 สายของดีเอ็นเอ จะคลายเกลียวแยกออกจากกัน โดยมีสายใดสายหนึ่งเป็นแม่พิมพ์ ไรโบนิวคลีโอไทด์ ที่มีเบสที่เข้าคู่กับนิวคลิโอไทด์ของดีเอ็นเอ สายแม่พิมพ์mRNA ออกจากนิวเคลียสเข้าสู่”ซโทพลาสซึมและไปพาดอยู่บนไรโบโซมดีเอ็นเอ 2 สาย กลับมาสร้างเกลียวคู่เหมือนเดิม 

  29. ชมพูนุช พัฒน์วงค์ ม.6/1 พูดว่า:

    DNA Transcription
    เอนไซม์อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรสจะเข้าไปจับกับดีเอ็นเอตรงบริเวณที่จะสังเคราะห์อาร์เอ็นเอ ทำให้พันธะไฮโดรเจนระหว่างคู่เบสสลาย พอลินิวคลิโอไทด์ 2 สายของดีเอ็นเอ จะคลายเกลียวแยกออกจากกัน โดยมีสายใดสายหนึ่งเป็นแม่พิมพ์ ไรโบนิวคลีโอไทด์ ที่มีเบสที่เข้าคู่กับนิวคลิโอไทด์ของดีเอ็นเอ สายแม่พิมพ์mRNA ออกจากนิวเคลียสเข้าสู่”ซโทพลาสซึมและไปพาดอยู่บนไรโบโซมดีเอ็นเอ 2 สาย กลับมาสร้างเกลียวคู่เหมือนเดิม 

  30. นิตยา ศรีพันลม ม.6/1 พูดว่า:

    DNA Transcription
    เอนไซม์อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรสจะเข้าไปจับกับดีเอ็นเอตรงบริเวณที่จะสังเคราะห์อาร์เอ็นเอ ทำให้พันธะไฮโดรเจนระหว่างคู่เบสสลาย พอลินิวคลิโอไทด์ 2 สายของดีเอ็นเอ จะคลายเกลียวแยกออกจากกัน โดยมีสายใดสายหนึ่งเป็นแม่พิมพ์ ไรโบนิวคลีโอไทด์ ที่มีเบสที่เข้าคู่กับนิวคลิโอไทด์ของดีเอ็นเอ สายแม่พิมพ์mRNA ออกจากนิวเคลียสเข้าสู่”ซโทพลาสซึมและไปพาดอยู่บนไรโบโซมดีเอ็นเอ 2 สาย กลับมาสร้างเกลียวคู่เหมือนเดิม 

  31. จิราภา เข็มพันธ์ ม.6/1 พูดว่า:

    DNA Transcription
    เอนไซม์อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรสจะเข้าไปจับกับดีเอ็นเอตรงบริเวณที่จะสังเคราะห์อาร์เอ็นเอ ทำให้พันธะไฮโดรเจนระหว่างคู่เบสสลาย พอลินิวคลิโอไทด์ 2 สายของดีเอ็นเอ จะคลายเกลียวแยกออกจากกัน โดยมีสายใดสายหนึ่งเป็นแม่พิมพ์ ไรโบนิวคลีโอไทด์ ที่มีเบสที่เข้าคู่กับนิวคลิโอไทด์ของดีเอ็นเอ สายแม่พิมพ์mRNA ออกจากนิวเคลียสเข้าสู่”ซโทพลาสซึมและไปพาดอยู่บนไรโบโซมดีเอ็นเอ 2 สาย กลับมาสร้างเกลียวคู่เหมือนเดิม 

  32. สุดารัตน์ พาเหนียว ม.6/1 พูดว่า:

    DNA Transcription
    -เอนไซม์ RNA polymerase สลายพันธะพอลินิวคลีโอไทด์ 2 สายของ DNA คลายเกลียวแยกออกจากกัน มีหนึ่งสายเป็นแม่พิมพ์
    -ไรโบนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสจะเข้าคู่กับนิวคลีโอไทด์ของ DNA สายแม่พิมพ์คือ เบส C จับกับ G และ A จับกับ U จะจับกับนิวคลีโอไทด์ของ DNA สายแม่พิมพ์ เอนไซม์ RNA polymerase จะเชื่อมไรโบนิวคลีโอไทด์อิสระมาต่อกันเป็นสายยาว ทิศทางสังเคราะห์ RNA จากปลาย 5′ ไป 3′
    -เอนไซม์ RNA polymerase หยุดทำงานแยกตัวออกจาก DNA สาย RNA แยกออกไปยัง
    ไซโทพลาสซึมส่วนสายแม่พิมพ์ DNA 2 สาย จับคู่กันและบิดเป็นเกลียวเหมือนเดิม

  33. รุ่งฤดี ชินปาปุน ม.6/1 พูดว่า:

    DNA Transcription
    -เอนไซม์ RNA polymerase สลายพันธะพอลินิวคลีโอไทด์ 2 สายของ DNA คลายเกลียวแยกออกจากกัน มีหนึ่งสายเป็นแม่พิมพ์
    -ไรโบนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสจะเข้าคู่กับนิวคลีโอไทด์ของ DNA สายแม่พิมพ์คือ เบส C จับกับ G และ A จับกับ U จะจับกับนิวคลีโอไทด์ของ DNA สายแม่พิมพ์ เอนไซม์ RNA polymerase จะเชื่อมไรโบนิวคลีโอไทด์อิสระมาต่อกันเป็นสายยาว ทิศทางสังเคราะห์ RNA จากปลาย 5′ ไป 3′
    -เอนไซม์ RNA polymerase หยุดทำงานแยกตัวออกจาก DNA สาย RNA แยกออกไปยัง
    ไซโทพลาสซึมส่วนสายแม่พิมพ์ DNA 2 สาย จับคู่กันและบิดเป็นเกลียวเหมือนเดิม

  34. นิภาพร ชื่นตา ม.6/1 พูดว่า:

    DNA Transcription
    transcription DNA เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดข้อมูลทางพันธุกรรมจาก DNA เพื่อ RNA มี 3 ขั้นตอนหลักในการประมวลผลของ DNA
    transcription RNA polymerase ผูกกับ DNA DNA จะถ่ายทอดโดยเอนไซม์ที่เรียกว่า RNA polymerase ลำดับ nucleotide RNA polymerase บอกเฉพาะที่เริ่มต้นและสิ้นสุดที่ RNA polymerase ยึดติดกับดีเอ็นเอที่เฉพาะที่เรียกว่าพื้นที่ promoter
    การยืดออก เรียกว่าโปรตีนบางปัจจัย transcription ผ่อนคลาย strand DNA และ RNA polymerase อนุญาตให้จดเพียงสาระเดียว DNA เป็น RNA พอลิเมอเดียวติดเรียก messenger RNA (mRNA) สาระที่ทำหน้าที่เป็นแม่แบบเรียกว่า antisense strand สาระที่ไม่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกเรียกว่าสาระ
    เช่น DNA, RNA ประกอบด้วยฐาน nucleotide RNA แต่มี adenine nucleotides, guanine, cytosine และ uricil (U) RNA polymerase เมื่อ transcribes DNA, คู่กับ guanine และ cytosine adenine คู่กับ uricil
    การสิ้นสุด RNA polymerase ย้ายตาม DNA จนกระทั่งถึงลำดับ terminator ที่จุด RNA polymerase ออก polymer mRNA และ detaches จาก DNA ตั้งแต่มีการสร้างโปรตีนใน cytoplasm ของเซลล์โดยกระบวนการที่เรียกว่าแปล mRNA ต้องข้าม membrane นิวเคลียร์ถึง cytoplasm เมื่อใน cytoplasm, mRNA พร้อมกับไรโบโซมและอื่นโมเลกุล RNA เรียกใช้ได้ RNA, ทำงานร่วมกันเพื่อผลิตโปรตีน โปรตีนสามารถผลิตในปริมาณมากเพราะลำดับ ดีเอ็นเอเดียวสามารถถ่ายทอดหลายโมเลกุล RNA polymerase ในครั้งเดียว

  35. อภิญญา สุวรรณไตร ม.6/2 พูดว่า:

    DNA Transcription
    transcription DNA เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดข้อมูลทางพันธุกรรมจาก DNA เพื่อ RNA มี 3 ขั้นตอนหลักในการประมวลผลของ DNA
    transcription RNA polymerase ผูกกับ DNA DNA จะถ่ายทอดโดยเอนไซม์ที่เรียกว่า RNA polymerase ลำดับ nucleotide RNA polymerase บอกเฉพาะที่เริ่มต้นและสิ้นสุดที่ RNA polymerase ยึดติดกับดีเอ็นเอที่เฉพาะที่เรียกว่าพื้นที่ promoter
    การยืดออก เรียกว่าโปรตีนบางปัจจัย transcription ผ่อนคลาย strand DNA และ RNA polymerase อนุญาตให้จดเพียงสาระเดียว DNA เป็น RNA พอลิเมอเดียวติดเรียก messenger RNA (mRNA) สาระที่ทำหน้าที่เป็นแม่แบบเรียกว่า antisense strand สาระที่ไม่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกเรียกว่าสาระ
    เช่น DNA, RNA ประกอบด้วยฐาน nucleotide RNA แต่มี adenine nucleotides, guanine, cytosine และ uricil (U) RNA polymerase เมื่อ transcribes DNA, คู่กับ guanine และ cytosine adenine คู่กับ uricil
    การสิ้นสุด RNA polymerase ย้ายตาม DNA จนกระทั่งถึงลำดับ terminator ที่จุด RNA polymerase ออก polymer mRNA และ detaches จาก DNA ตั้งแต่มีการสร้างโปรตีนใน cytoplasm ของเซลล์โดยกระบวนการที่เรียกว่าแปล mRNA ต้องข้าม membrane นิวเคลียร์ถึง cytoplasm เมื่อใน cytoplasm, mRNA พร้อมกับไรโบโซมและอื่นโมเลกุล RNA เรียกใช้ได้ RNA, ทำงานร่วมกันเพื่อผลิตโปรตีน โปรตีนสามารถผลิตในปริมาณมากเพราะลำดับ ดีเอ็นเอเดียวสามารถถ่ายทอดหลายโมเลกุล RNA polymerase ในครั้งเดียว

  36. กุลธิดา คำภาจันทร์ ม.6/1 พูดว่า:

    DNA replication
    การจำลองตัวเองของดีเอ็นเอสายพอลินิวคลีโอไทด์ของดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นสายคู่จะคลายตัวออก แยกห่างจากกัน เพื่อให้มีการนำเบสใหม่เข้าไปจับคู่กับเบสของนิวคลีโอไทด์สายเดิมและเกาะต่อกันเรื่อยๆ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการทำให้ได้ดีเอ็นเอใหม่ 2 สาย ซึ่งมีลักษณะเหมือนกัน
    การสังเคราะห์ดีเอ็นเอมีลักษณะเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ หลายขึ้น แล้วชิ้นส่วนสั้นๆนี้ถูกต่อเข้ากันเป็นช่วงยาว โดยอาศัยเอนไซม์ดีเอ็นเอไลเกส ดีเอ็นเอสายหนึ่งจะสร้างต่อกันไปในทิศทางเดียวกัน การแยกสายดีเอ็นเอคู่เดิม ดีเอ็นเอใหม่ที่สร้างโดยวิธีนี้เรียกว่า ลีดิงสแทรนด์ มิทิศทางจาก5’ไป3’ ส่วนอีกสายของดีเอ็นเอการสร้างจะไม่ต่อเนื่อง แต่จะเป็นช่วงๆมีทิศทางจาก5’ไป3’ ทำให้ได้ชิ้นส่วนโอกาซากิหลายๆส่วนถูกเชื่มต่อด้วยเอนไซม์ดีเอ็นเอไลเกส เช่น ดีเอ็นเอสายใหม่เรียกว่า แลกกิง สแทรนด์
    DNA Transcription
    เอนไซม์อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรสจะเข้าไปจับกับดีเอ็นเอตรงบริเวณที่จะสังเคราะห์อาร์เอ็นเอ ทำให้พันธะไฮโดรเจนระหว่างคู่เบสสลาย พอลินิวคลิโอไทด์ 2 สายของดีเอ็นเอ จะคลายเกลียวแยกออกจากกัน โดยมีสายใดสายหนึ่งเป็นแม่พิมพ์ ไรโบนิวคลีโอไทด์ ที่มีเบสที่เข้าคู่กับนิวคลิโอไทด์ของดีเอ็นเอ สายแม่พิมพ์mRNA ออกจากนิวเคลียสเข้าสู่”ซโทพลาสซึมและไปพาดอยู่บนไรโบโซมดีเอ็นเอ 2 สาย กลับมาสร้างเกลียวคู่เหมือนเดิม 

  37. เกษรา ยิ้มชัยภูมิ ม.6/2 พูดว่า:

    DNA replication
    การจำลองตัวเองของดีเอ็นเอสายพอลินิวคลีโอไทด์ของดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นสายคู่จะคลายตัวออก แยกห่างจากกัน เพื่อให้มีการนำเบสใหม่เข้าไปจับคู่กับเบสของนิวคลีโอไทด์สายเดิมและเกาะต่อกันเรื่อยๆ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการทำให้ได้ดีเอ็นเอใหม่ 2 สาย ซึ่งมีลักษณะเหมือนกัน
    การสังเคราะห์ดีเอ็นเอมีลักษณะเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ หลายขึ้น แล้วชิ้นส่วนสั้นๆนี้ถูกต่อเข้ากันเป็นช่วงยาว โดยอาศัยเอนไซม์ดีเอ็นเอไลเกส ดีเอ็นเอสายหนึ่งจะสร้างต่อกันไปในทิศทางเดียวกัน การแยกสายดีเอ็นเอคู่เดิม ดีเอ็นเอใหม่ที่สร้างโดยวิธีนี้เรียกว่า ลีดิงสแทรนด์ มิทิศทางจาก5’ไป3’ ส่วนอีกสายของดีเอ็นเอการสร้างจะไม่ต่อเนื่อง แต่จะเป็นช่วงๆมีทิศทางจาก5’ไป3’ ทำให้ได้ชิ้นส่วนโอกาซากิหลายๆส่วนถูกเชื่มต่อด้วยเอนไซม์ดีเอ็นเอไลเกส เช่น ดีเอ็นเอสายใหม่เรียกว่า แลกกิง สแทรนด์
    DNA Transcription
    เอนไซม์อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรสจะเข้าไปจับกับดีเอ็นเอตรงบริเวณที่จะสังเคราะห์อาร์เอ็นเอ ทำให้พันธะไฮโดรเจนระหว่างคู่เบสสลาย พอลินิวคลิโอไทด์ 2 สายของดีเอ็นเอ จะคลายเกลียวแยกออกจากกัน โดยมีสายใดสายหนึ่งเป็นแม่พิมพ์ ไรโบนิวคลีโอไทด์ ที่มีเบสที่เข้าคู่กับนิวคลิโอไทด์ของดีเอ็นเอ สายแม่พิมพ์mRNA ออกจากนิวเคลียสเข้าสู่”ซโทพลาสซึมและไปพาดอยู่บนไรโบโซมดีเอ็นเอ 2 สาย กลับมาสร้างเกลียวคู่เหมือนเดิม 

  38. เกษรา ยิ้มชัยภูมิ ม.6/2 พูดว่า:

    DNA Transcription
    -เอนไซม์ RNA polymerase สลายพันธะพอลินิวคลีโอไทด์ 2 สายของ DNA คลายเกลียวแยกออกจากกัน มีหนึ่งสายเป็นแม่พิมพ์
    -ไรโบนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสจะเข้าคู่กับนิวคลีโอไทด์ของ DNA สายแม่พิมพ์คือ เบส C จับกับ G และ A จับกับ U จะจับกับนิวคลีโอไทด์ของ DNA สายแม่พิมพ์ เอนไซม์ RNA polymerase จะเชื่อมไรโบนิวคลีโอไทด์อิสระมาต่อกันเป็นสายยาว ทิศทางสังเคราะห์ RNA จากปลาย 5′ ไป 3′
    -เอนไซม์ RNA polymerase หยุดทำงานแยกตัวออกจาก DNA สาย RNA แยกออกไปยัง
    ไซโทพลาสซึมส่วนสายแม่พิมพ์ DNA 2 สาย จับคู่กันและบิดเป็นเกลียวเหมือนเดิม

  39. กุลธิดา คำภาจันทร์ ม.6/1 พูดว่า:

    DNA Transcription
    -เอนไซม์ RNA polymerase สลายพันธะพอลินิวคลีโอไทด์ 2 สายของ DNA คลายเกลียวแยกออกจากกัน มีหนึ่งสายเป็นแม่พิมพ์
    -ไรโบนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสจะเข้าคู่กับนิวคลีโอไทด์ของ DNA สายแม่พิมพ์คือ เบส C จับกับ G และ A จับกับ U จะจับกับนิวคลีโอไทด์ของ DNA สายแม่พิมพ์ เอนไซม์ RNA polymerase จะเชื่อมไรโบนิวคลีโอไทด์อิสระมาต่อกันเป็นสายยาว ทิศทางสังเคราะห์ RNA จากปลาย 5′ ไป 3′
    -เอนไซม์ RNA polymerase หยุดทำงานแยกตัวออกจาก DNA สาย RNA แยกออกไปยัง
    ไซโทพลาสซึมส่วนสายแม่พิมพ์ DNA 2 สาย จับคู่กันและบิดเป็นเกลียวเหมือนเดิม

  40. รุ่งฤดี ชินปาปุน ม.6/1 พูดว่า:

    DNA Transcription
    transcription DNA เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดข้อมูลทางพันธุกรรมจาก DNA เพื่อ RNA มี 3 ขั้นตอนหลักในการประมวลผลของ DNA
    transcription RNA polymerase ผูกกับ DNA DNA จะถ่ายทอดโดยเอนไซม์ที่เรียกว่า RNA polymerase ลำดับ nucleotide RNA polymerase บอกเฉพาะที่เริ่มต้นและสิ้นสุดที่ RNA polymerase ยึดติดกับดีเอ็นเอที่เฉพาะที่เรียกว่าพื้นที่ promoter
    การยืดออก เรียกว่าโปรตีนบางปัจจัย transcription ผ่อนคลาย strand DNA และ RNA polymerase อนุญาตให้จดเพียงสาระเดียว DNA เป็น RNA พอลิเมอเดียวติดเรียก messenger RNA (mRNA) สาระที่ทำหน้าที่เป็นแม่แบบเรียกว่า antisense strand สาระที่ไม่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกเรียกว่าสาระ
    เช่น DNA, RNA ประกอบด้วยฐาน nucleotide RNA แต่มี adenine nucleotides, guanine, cytosine และ uricil (U) RNA polymerase เมื่อ transcribes DNA, คู่กับ guanine และ cytosine adenine คู่กับ uricil
    การสิ้นสุด RNA polymerase ย้ายตาม DNA จนกระทั่งถึงลำดับ terminator ที่จุด RNA polymerase ออก polymer mRNA และ detaches จาก DNA ตั้งแต่มีการสร้างโปรตีนใน cytoplasm ของเซลล์โดยกระบวนการที่เรียกว่าแปล mRNA ต้องข้าม membrane นิวเคลียร์ถึง cytoplasm เมื่อใน cytoplasm, mRNA พร้อมกับไรโบโซมและอื่นโมเลกุล RNA เรียกใช้ได้ RNA, ทำงานร่วมกันเพื่อผลิตโปรตีน โปรตีนสามารถผลิตในปริมาณมากเพราะลำดับ ดีเอ็นเอเดียวสามารถถ่ายทอดหลายโมเลกุล RNA polymerase ในครั้งเดียว

  41. เชษฐวัฒน์ สาขันธ์โครต ม.6/1 พูดว่า:

    DNA Transcription
    เอนไซม์อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรสจะเข้าไปจับกับดีเอ็นเอตรงบริเวณที่จะสังเคราะห์อาร์เอ็นเอ ทำให้พันธะไฮโดรเจนระหว่างคู่เบสสลาย พอลินิวคลิโอไทด์ 2 สายของดีเอ็นเอ จะคลายเกลียวแยกออกจากกัน โดยมีสายใดสายหนึ่งเป็นแม่พิมพ์ ไรโบนิวคลีโอไทด์ ที่มีเบสที่เข้าคู่กับนิวคลิโอไทด์ของดีเอ็นเอ สายแม่พิมพ์mRNA ออกจากนิวเคลียสเข้าสู่”ไซโทพลาสซึมและไปพาดอยู่บนไรโบโซมดีเอ็นเอ 2 สาย กลับมาสร้างเกลียวคู่เหมือนเดิม

  42. พัทธราพร จิตสม ม.6/2 พูดว่า:

    DNA Transcription& Translation
    การถอดรหัสDNAที่สังเคราะห์RNAไฮโดรเจนกับคู่สายเบสสลายพอลินิวคลีโอไทด์2สายโดยมีสายใดสายหนึ่งเป็นแม่พิมพ์ต่อกับไรโบนิวคลีโอไทด์ที่เข้าคู่กับนิวคลีโอไทด์มี Cเข้ากับGและUเข้ากับARNAจะเชื่อมต่อกันเป็นสายยาวสังเคราะห์จากปลาย5’ไปยังปลาย3’และสายRNAจะเรียงสลับกับDNA เอนไซม์เอ็นเอพอลิเมอเรสหยุดทำงานแยกเป็นสายแม่พิมพ์RNAที่สังเคราะห์ได้แยกจากDNAไปยังไซโทรพลาสซึมส่วนDNA2สายจะจับค฿กันและบิดเป็นเกียวเหมือนเดิมการถอดรหัสDNAได้เป็นmRNAซึ่งจะนำรหัสพันธุกรรมไปสู่การสังเคราะห์โปรตีนโดยการทำงานของไรโบโวมในไซโทรพลาสซึมร่วมกับtRNAที่ทำหน้าที่นำกรดอะมิโนมาเรียงต่อกันตามรหัสพันธุกรรมของmRNAได้เป็นพอลิเพปไทด์
    DNA replicationนิวคลีโอไทด์อิสระที่อยู่ในเซลล์จะเข้ามาจับกับพอลินิวคลีโอไทด์สายเดิมหมู่ฟอสเฟตของนิวคลีโอไทด์จับกับน้ำตาลดีออกซีไรโบสทำให้DNAสังเคราะห์ใหม่เหมือนDNAโมเลกุลเดิม ภาพเสียงคมชัดทำให้มองภาพเข้าใจแต่ฟังไม่รู้เรื่อง

  43. น.ส นิลาวัลย์ เจริญ 6/1 พูดว่า:

    DNA ทำหน้าที่ในการกำหนดชนิดของโปรตีนที่เซลล์สังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อนำไปใช้ใน กิจกรรมต่างๆ ภายในเซลล์ ลำดับเบสในโมเลกุลของ DNA ของยีนหนึ่งจะเป็นตัวกำหนดการเรียงตัวของกรดอะมิโนชนิดต่างๆ ของโปรตีนที่จะสังเคราะห์ขึ้นมา
    การสังเคราะห์ RNA จำเป็นต้องอาศัย DNA สายหนึ่งเป็นต้นแบบ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
    1. พอลินิวคลีโอไทด์สองสายของดีเอ็นเอคลายเกลียวแยกจากกันบริเวณที่
    จะมีการสังเคราะห์ RNA
    2. นำนิวคลีโอไทด์ของ RNA เข้าจับกับเบสของ DNA แต่ใน RNA ไม่มีไทมีน(T)
    มียูราซิล (U) แทน
    3. การสังเคราะห์ RNA เริ่มจากปลาย 3’ไปยังปลาย 5’ของ DNA โมเลกุลของ RNA จึงเริ่มจากปลาย 5′ ไปยังปลาย 3′
    4. นิวคลีโอไทด์ของ RNA เชื่อมต่อกันโดยอาศัย เอนไซม์ ชื่อ อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรส ( RNA polymerase)
    Degenerated code นั้น ส่วนใหญ่รหัสพันธุกรรมมักจะต่างกันที่เบสตัวที่ 3 ของ codon ทฤษฎี wobble อธิบายไว้ว่า เบสตัวที่ 3 ของ codon ไม่จำเป็นต้องจับคู่จำเพาะ (A-T,C-G) กับ anticodon ของ tRNAUAA,UAG,UGA เป็น stop codon AUG เป็นรหัสของ Met และเป็นรหัสเริ่มการสังเคราะห์ Polypeptide อีกด้วย กรดอะมิโนตัวแรกที่สังเคราะห์คือ N-Formyl-Methionine ซึ่งต่างจาก Met ธรรมดา

  44. น.ส สุกัญญา แสนเกตุ 6/1 พูดว่า:

    DNA ทำหน้าที่ในการกำหนดชนิดของโปรตีนที่เซลล์สังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อนำไปใช้ใน กิจกรรมต่างๆ ภายในเซลล์ ลำดับเบสในโมเลกุลของ DNA ของยีนหนึ่งจะเป็นตัวกำหนดการเรียงตัวของกรดอะมิโนชนิดต่างๆ ของโปรตีนที่จะสังเคราะห์ขึ้นมา
    การสังเคราะห์ RNA จำเป็นต้องอาศัย DNA สายหนึ่งเป็นต้นแบบ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
    1. พอลินิวคลีโอไทด์สองสายของดีเอ็นเอคลายเกลียวแยกจากกันบริเวณที่
    จะมีการสังเคราะห์ RNA
    2. นำนิวคลีโอไทด์ของ RNA เข้าจับกับเบสของ DNA แต่ใน RNA ไม่มีไทมีน(T)
    มียูราซิล (U) แทน
    3. การสังเคราะห์ RNA เริ่มจากปลาย 3’ไปยังปลาย 5’ของ DNA โมเลกุลของ RNA จึงเริ่มจากปลาย 5′ ไปยังปลาย 3′
    4. นิวคลีโอไทด์ของ RNA เชื่อมต่อกันโดยอาศัย เอนไซม์ ชื่อ อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรส ( RNA polymerase)
    Degenerated code นั้น ส่วนใหญ่รหัสพันธุกรรมมักจะต่างกันที่เบสตัวที่ 3 ของ codon ทฤษฎี wobble อธิบายไว้ว่า เบสตัวที่ 3 ของ codon ไม่จำเป็นต้องจับคู่จำเพาะ (A-T,C-G) กับ anticodon ของ tRNAUAA,UAG,UGA เป็น stop codon AUG เป็นรหัสของ Met และเป็นรหัสเริ่มการสังเคราะห์ Polypeptide อีกด้วย กรดอะมิโนตัวแรกที่สังเคราะห์คือ N-Formyl-Methionine ซึ่งต่างจาก Met ธรรมดา

  45. น.ส มัณทนา ศรีภูมี 6/1 พูดว่า:

    DNA ทำหน้าที่ในการกำหนดชนิดของโปรตีนที่เซลล์สังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อนำไปใช้ใน กิจกรรมต่างๆ ภายในเซลล์ ลำดับเบสในโมเลกุลของ DNA ของยีนหนึ่งจะเป็นตัวกำหนดการเรียงตัวของกรดอะมิโนชนิดต่างๆ ของโปรตีนที่จะสังเคราะห์ขึ้นมา
    การสังเคราะห์ RNA จำเป็นต้องอาศัย DNA สายหนึ่งเป็นต้นแบบ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
    1. พอลินิวคลีโอไทด์สองสายของดีเอ็นเอคลายเกลียวแยกจากกันบริเวณที่
    จะมีการสังเคราะห์ RNA
    2. นำนิวคลีโอไทด์ของ RNA เข้าจับกับเบสของ DNA แต่ใน RNA ไม่มีไทมีน(T)
    มียูราซิล (U) แทน
    3. การสังเคราะห์ RNA เริ่มจากปลาย 3’ไปยังปลาย 5’ของ DNA โมเลกุลของ RNA จึงเริ่มจากปลาย 5′ ไปยังปลาย 3′
    4. นิวคลีโอไทด์ของ RNA เชื่อมต่อกันโดยอาศัย เอนไซม์ ชื่อ อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรส ( RNA polymerase)
    Degenerated code นั้น ส่วนใหญ่รหัสพันธุกรรมมักจะต่างกันที่เบสตัวที่ 3 ของ codon ทฤษฎี wobble อธิบายไว้ว่า เบสตัวที่ 3 ของ codon ไม่จำเป็นต้องจับคู่จำเพาะ (A-T,C-G) กับ anticodon ของ tRNAUAA,UAG,UGA เป็น stop codon AUG เป็นรหัสของ Met และเป็นรหัสเริ่มการสังเคราะห์ Polypeptide อีกด้วย กรดอะมิโนตัวแรกที่สังเคราะห์คือ N-Formyl-Methionine ซึ่งต่างจาก Met ธรรมดา

  46. น.ส ศศิธร ปานมาศ 6/1 พูดว่า:

    DNA ทำหน้าที่ในการกำหนดชนิดของโปรตีนที่เซลล์สังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อนำไปใช้ใน กิจกรรมต่างๆ ภายในเซลล์ ลำดับเบสในโมเลกุลของ DNA ของยีนหนึ่งจะเป็นตัวกำหนดการเรียงตัวของกรดอะมิโนชนิดต่างๆ ของโปรตีนที่จะสังเคราะห์ขึ้นมา
    การสังเคราะห์ RNA จำเป็นต้องอาศัย DNA สายหนึ่งเป็นต้นแบบ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
    1. พอลินิวคลีโอไทด์สองสายของดีเอ็นเอคลายเกลียวแยกจากกันบริเวณที่
    จะมีการสังเคราะห์ RNA
    2. นำนิวคลีโอไทด์ของ RNA เข้าจับกับเบสของ DNA แต่ใน RNA ไม่มีไทมีน(T)
    มียูราซิล (U) แทน
    3. การสังเคราะห์ RNA เริ่มจากปลาย 3’ไปยังปลาย 5’ของ DNA โมเลกุลของ RNA จึงเริ่มจากปลาย 5′ ไปยังปลาย 3′
    4. นิวคลีโอไทด์ของ RNA เชื่อมต่อกันโดยอาศัย เอนไซม์ ชื่อ อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรส ( RNA polymerase)
    Degenerated code นั้น ส่วนใหญ่รหัสพันธุกรรมมักจะต่างกันที่เบสตัวที่ 3 ของ codon ทฤษฎี wobble อธิบายไว้ว่า เบสตัวที่ 3 ของ codon ไม่จำเป็นต้องจับคู่จำเพาะ (A-T,C-G) กับ anticodon ของ tRNAUAA,UAG,UGA เป็น stop codon AUG เป็นรหัสของ Met และเป็นรหัสเริ่มการสังเคราะห์ Polypeptide อีกด้วย กรดอะมิโนตัวแรกที่สังเคราะห์คือ N-Formyl-Methionine ซึ่งต่างจาก Met ธรรมดา

  47. นายวุฒิชัย จันทร์ธิ 6/1 พูดว่า:

    DNA ทำหน้าที่ในการกำหนดชนิดของโปรตีนที่เซลล์สังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อนำไปใช้ใน กิจกรรมต่างๆ ภายในเซลล์ ลำดับเบสในโมเลกุลของ DNA ของยีนหนึ่งจะเป็นตัวกำหนดการเรียงตัวของกรดอะมิโนชนิดต่างๆ ของโปรตีนที่จะสังเคราะห์ขึ้นมา
    การสังเคราะห์ RNA จำเป็นต้องอาศัย DNA สายหนึ่งเป็นต้นแบบ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
    1. พอลินิวคลีโอไทด์สองสายของดีเอ็นเอคลายเกลียวแยกจากกันบริเวณที่
    จะมีการสังเคราะห์ RNA
    2. นำนิวคลีโอไทด์ของ RNA เข้าจับกับเบสของ DNA แต่ใน RNA ไม่มีไทมีน(T)
    มียูราซิล (U) แทน
    3. การสังเคราะห์ RNA เริ่มจากปลาย 3’ไปยังปลาย 5’ของ DNA โมเลกุลของ RNA จึงเริ่มจากปลาย 5′ ไปยังปลาย 3′
    4. นิวคลีโอไทด์ของ RNA เชื่อมต่อกันโดยอาศัย เอนไซม์ ชื่อ อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรส ( RNA polymerase)
    Degenerated code นั้น ส่วนใหญ่รหัสพันธุกรรมมักจะต่างกันที่เบสตัวที่ 3 ของ codon ทฤษฎี wobble อธิบายไว้ว่า เบสตัวที่ 3 ของ codon ไม่จำเป็นต้องจับคู่จำเพาะ (A-T,C-G) กับ anticodon ของ tRNAUAA,UAG,UGA เป็น stop codon AUG เป็นรหัสของ Met และเป็นรหัสเริ่มการสังเคราะห์ Polypeptide อีกด้วย กรดอะมิโนตัวแรกที่สังเคราะห์คือ N-Formyl-Methionine ซึ่งต่างจาก Met ธรรมดา

  48. นายกฤตภาส ช้อยช่างทอง 6/1 พูดว่า:

    DNA ทำหน้าที่ในการกำหนดชนิดของโปรตีนที่เซลล์สังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อนำไปใช้ใน กิจกรรมต่างๆ ภายในเซลล์ ลำดับเบสในโมเลกุลของ DNA ของยีนหนึ่งจะเป็นตัวกำหนดการเรียงตัวของกรดอะมิโนชนิดต่างๆ ของโปรตีนที่จะสังเคราะห์ขึ้นมา
    การสังเคราะห์ RNA จำเป็นต้องอาศัย DNA สายหนึ่งเป็นต้นแบบ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
    1. พอลินิวคลีโอไทด์สองสายของดีเอ็นเอคลายเกลียวแยกจากกันบริเวณที่
    จะมีการสังเคราะห์ RNA
    2. นำนิวคลีโอไทด์ของ RNA เข้าจับกับเบสของ DNA แต่ใน RNA ไม่มีไทมีน(T)
    มียูราซิล (U) แทน
    3. การสังเคราะห์ RNA เริ่มจากปลาย 3’ไปยังปลาย 5’ของ DNA โมเลกุลของ RNA จึงเริ่มจากปลาย 5′ ไปยังปลาย 3′
    4. นิวคลีโอไทด์ของ RNA เชื่อมต่อกันโดยอาศัย เอนไซม์ ชื่อ อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรส ( RNA polymerase)
    Degenerated code นั้น ส่วนใหญ่รหัสพันธุกรรมมักจะต่างกันที่เบสตัวที่ 3 ของ codon ทฤษฎี wobble อธิบายไว้ว่า เบสตัวที่ 3 ของ codon ไม่จำเป็นต้องจับคู่จำเพาะ (A-T,C-G) กับ anticodon ของ tRNAUAA,UAG,UGA เป็น stop codon AUG เป็นรหัสของ Met และเป็นรหัสเริ่มการสังเคราะห์ Polypeptide อีกด้วย กรดอะมิโนตัวแรกที่สังเคราะห์คือ N-Formyl-Methionine ซึ่งต่างจาก Met ธรรมดา

  49. พิชยา ไมตรี ม.6/2 พูดว่า:

    คือการถอดรหัสใช้DNA สายเดียวเป็นต้นแบบ โดยเอ็นไซน์ RNA polymerase จะเข้ามาจับกันกับDNA สายนั้น แล้วเกียวคู่ DNA ก็จะคลายออก เอ็นไซน์นี้จะนำ nucleotide ที่เข้าคู่กับสายแม่แบบมาต่อกันเป็นสายmRNA (ถ้าตรงใหนเป็น T ก็เปลี่ยนเป็น U ด้วย) โดยสร้างจาก 5’ไป 3′ ของสาย mRNA ที่เกิดขึ้นเสมอ (แสดงว่าRNA polymerase เคลื่อนที่จาก 3’ไป 5′ บนสายDNA ต้นแบบ)

  50. transcription DNA
    เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดข้อมูลทางพันธุกรรมจากดีเอ็นเอเพื่อ RNA ข้อความ DNA ถ่ายทอดใช้ในการผลิตโปรตีน DNA ที่ตั้งอยู่ภายในนิวเคลียสของเซลล์ของเรา มันจะควบคุมกิจกรรมของเซลล์โดยการเข้ารหัสสำหรับการผลิตเอนไซม์และโปรตีน ข้อมูลใน DNA ไม่แปลงโดยตรงโปรตีน แต่ต้องแรกจะคัดลอกลงใน RNA เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่มีอยู่ใน DNA ไม่เป็นเสีย

  51. นายอธิวัฒน์ หาญพิมาย เลขที่ 13 ชั้น ม.6/1 พูดว่า:

    ในขั้นตอนทรานสคริปชั่นสิ่งจำเป็นต้องใช้คือ DNA เพียงหนึ่งเส้นจากสองเส้นคู่ที่ไขว้กัน ซึ่งเรียกว่า เกลียวรหัส (coding strand) ทรานสคริปชั่นเริ่มที่เอนไซม์ อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรส (RNA polymerase) เชื่อมต่อกับ DNAตรงตำแหน่งเฉพาะซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่เรียกว่า โปรโมเตอร์ (promoter) ขณะที่ อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรส เชื่อมต่อกับโปรโมเตอร์ แถบเกลียว DNA ก็จะเริ่มคลายตัวและแยกออกจากกัน

    ต่อไปเป็นกระบวนการที่สองที่เรียกว่า อีลองเกชั่น (elongation) อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรสจะเคลื่อนตัวตลอดแนวแถบเกลียว DNA เพื่อสำเนารหัส DNAและได้เป็นแถบเกลียวรหัสที่เรียกว่าเมสเซนเจอร์อาร์เอ็นเอ (messengerRNA หรือ mRNA)นิวคลิโอไทด์ ซึ่งมีรหัสข้อมูลตรงข้ามกับ DNA

  52. นางสาวนาตยา ขันทีท้าว ม.6/2 เลขที่ 23 พูดว่า:

    การถอดรหัส ใช dna สายเดียวเป็นต้นแบบ ดดยเอนไซม์ Rna polymerase จะเข้ามาจับกับ dna สายนั้น แล้วเกลียวคู่ dna ก็คลายออก เอนไซม์นี้จะนำ nucleotide ทีเข้าคู่กับสายแม่แบบมาต่อกันเป็นสาย mrna โดยสร้างจาก 5 ไป 3 ของ mrna ที่เกิดขึ้นเสอม

  53. นางสาวฉัตตรยาภรณ์ การุญ ม.6/2 เลขที่ 33 พูดว่า:

    การถอดรหัส ใช dna สายเดียวเป็นต้นแบบ ดดยเอนไซม์ Rna polymerase จะเข้ามาจับกับ dna สายนั้น แล้วเกลียวคู่ dna ก็คลายออก เอนไซม์นี้จะนำ nucleotide ทีเข้าคู่กับสายแม่แบบมาต่อกันเป็นสาย mrna โดยสร้างจาก 5 ไป 3 ของ mrna ที่เกิดขึ้นเสอม

  54. นางสาว อรวรรณ โสตะวงค ม.6/2 เลขที่ 43 พูดว่า:

    การถอดรหัส ใช dna สายเดียวเป็นต้นแบบ ดดยเอนไซม์ Rna polymerase จะเข้ามาจับกับ dna สายนั้น แล้วเกลียวคู่ dna ก็คลายออก เอนไซม์นี้จะนำ nucleotide ทีเข้าคู่กับสายแม่แบบมาต่อกันเป็นสาย mrna โดยสร้างจาก 5 ไป 3 ของ mrna ที่เกิดขึ้นเสอม

  55. นางสาว มณีรัตน์ อินทนันท์ ม.6/2 เลขที่ 30 พูดว่า:

    การถอดรหัส ใช dna สายเดียวเป็นต้นแบบ ดดยเอนไซม์ Rna polymerase จะเข้ามาจับกับ dna สายนั้น แล้วเกลียวคู่ dna ก็คลายออก เอนไซม์นี้จะนำ nucleotide ทีเข้าคู่กับสายแม่แบบมาต่อกันเป็นสาย mrna โดยสร้างจาก 5 ไป 3 ของ mrna ที่เกิดขึ้นเสอม

  56. นายธิระวัฒน์ ปัญเศษ ชั้นม.6/2 เลขที่ 6 พูดว่า:

    การจำลองเริ่มที่เอนไซม์ helicase มาคลายเกี่ยว DNA ทำให้ hydrogen bond ระหว่างสาย polynucleotide สลายออกซึ่งจะเริ่มได้ก็ต่อเมื่อมี RNA บุกเบิกต้นทางก่อน สร้างเอนไซน์ primase แล้วเอนไซน์ DNA polynerase จะจับเอา nucleotide แต่ละโมเลกุลมาต่อเรียงกันนับจาก primer เป็นสายใหม่ออกมา

  57. นางสาว นาตยา ขันทีท้าว ชั้นม.6/2 เลขที่ 23 พูดว่า:

    การแปลรหัส เริ่มที่ ไรโบโซม 2 หน่วยย่อยมาประกบบนเส้น mRNA ที่แปล ribosome จะค่อยๆแปล codon จากด้าน 5″ไป 3″ โดยเริ่มที่รหัสเริ่ม AUG แล้วเลื่อนไปทีละสามเบสโดยไม่อ่านซ้อนกัน เมื่อถึง CODON ใดๆก็จะมี tRNA นำกรดอะมิโนที่พ้องกับ CODON นั้นๆเข้ามาเชื่อมกับกรดอะมิโนตัวก่อนหน้าด้วย peptide bond จนกระทั่งถึงรหัสหยุด จะไม่ใช่มี tRNA มาเกาะ เป็นการสิ้นสุดการสังเคราะห์ polypeptide

  58. นายพิเชษฐ์ แซ่ใหล ชั้นม.6/2 เลขที่ 10 พูดว่า:

    การถอดรหัส ใช dna สายเดียวเป็นต้นแบบ เอนไซม์ Rna polymerase จะเข้ามาจับกับ dna สายนั้น แล้วเกลียวคู่ dna ก็คลายออก เอนไซม์นี้จะนำ nucleotide ทีเข้าคู่กับสายแม่แบบมาต่อกันเป็นสาย mrna โดยสร้างจาก 5 ไป 3 ของ mrna ที่เกิดขึ้นเสมอ

  59. นายเจริญสุข อักษรดี เลขที่ 2 6/2 พูดว่า:

    เมสเซนเจอร์อาร์เอ็นเอ หรือ เอ็มอาร์เอ็นเอ ( messenger RNA : mRNA) เป็นอาร์เอ็นเอที่ได้จากกระบวนการถอดรหัส ( transcription ) ของสายใดสายหนึ่งของดีเอ็นเอ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นรหัสพันธุกรรมที่ใช้ในการสังเคราะห์โปรตีน
    mRNA

  60. นายณัฐพงษ์ ต้นกันยา พูดว่า:

    เมสเซนเจอร์อาร์เอ็นเอ หรือ เอ็มอาร์เอ็นเอ ( messenger RNA : mRNA) เป็นอาร์เอ็นเอที่ได้จากกระบวนการถอดรหัส ( transcription ) ของสายใดสายหนึ่งของดีเอ็นเอ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นรหัสพันธุกรรมที่ใช้ในการสังเคราะห์โปรตีน
    mRNA

  61. นางสาวนัยฝัน ถาทุมมา พูดว่า:

    เมสเซนเจอร์อาร์เอ็นเอ หรือ เอ็มอาร์เอ็นเอ ( messenger RNA : mRNA) เป็นอาร์เอ็นเอที่ได้จากกระบวนการถอดรหัส ( transcription ) ของสายใดสายหนึ่งของดีเอ็นเอ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นรหัสพันธุกรรมที่ใช้ในการสังเคราะห์โปรตีน
    mRNA

  62. นางสาวพิจิตรา โคตรชัยงาม 6/2 เลขที่26 พูดว่า:

    การถอดรหัส ใช dna สายเดียวเป็นต้นแบบ เอนไซม์ Rna polymerase จะเข้ามาจับกับ dna สายนั้น แล้วเกลียวคู่ dna ก็คลายออก เอนไซม์นี้จะนำ nucleotide ทีเข้าคู่กับสายแม่แบบมาต่อกันเป็นสาย mrna โดยสร้างจาก 5 ไป 3 ของ mrna ที่เกิดขึ้นเสมอ

  63. นางสาวพิจิตรา โคตรชัยงาม 6/2 เลขที่26 พูดว่า:

    ได้จากกระบวนการถอดรหัส ( transcription ) ของสายใดสายหนึ่งของดีเอ็นเอ ซึ่งมันจะทำหน้าที่เป็นรหัสพันธุกรรมที่นำมาใช้ในการสังเคราะห์โปรตีนค่ะ…

  64. นายทวีชัย พรมวงษ์ ม. 6/1 พูดว่า:

    DNA ทำหน้าที่ในการกำหนดชนิดของโปรตีนที่เซลล์สังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อนำไปใช้ใน กิจกรรมต่างๆ ภายในเซลล์ ลำดับเบสในโมเลกุลของ DNA ของยีนหนึ่งจะเป็นตัวกำหนดการเรียงตัวของกรดอะมิโนชนิดต่างๆ ของโปรตีนที่จะสังเคราะห์ขึ้นมา
    การสังเคราะห์ RNA จำเป็นต้องอาศัย DNA สายหนึ่งเป็นต้นแบบ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
    1. พอลินิวคลีโอไทด์สองสายของดีเอ็นเอคลายเกลียวแยกจากกันบริเวณที่
    จะมีการสังเคราะห์ RNA
    2. นำนิวคลีโอไทด์ของ RNA เข้าจับกับเบสของ DNA แต่ใน RNA ไม่มีไทมีน
    มียูราซิล แทน
    3. การสังเคราะห์ RNA เริ่มจากปลาย 3’ไปยังปลาย 5’ของ DNA โมเลกุลของ RNA จึงเริ่มจากปลาย 5′ ไปยังปลาย 3′
    4. นิวคลีโอไทด์ของ RNA เชื่อมต่อกันโดยอาศัย เอนไซม์ ชื่อ อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรส ( RNA polymerase)
    Degenerated code นั้น ส่วนใหญ่รหัสพันธุกรรมมักจะต่างกันที่เบสตัวที่ 3 ของ codon ทฤษฎี wobble อธิบายไว้ว่า เบสตัวที่ 3 ของ codon ไม่จำเป็นต้องจับคู่จำเพาะ (A-T,C-G) กับ anticodon ของ tRNAUAA,UAG,UGA เป็น stop codon AUG เป็นรหัสของ Met และเป็นรหัสเริ่มการสังเคราะห์ Polypeptide อีกด้วย กรดอะมิโนตัวแรกที่สังเคราะห์คือ N-Formyl-Methionine ซึ่งต่างจาก Met ธรรมดา

  65. นางสาวสุเนย สุปัดคำ พูดว่า:

    การ จำลองเริ่มที่เอนไซม์ helicase มาคลายเกี่ยว DNA ทำให้ hydrogen bond ระหว่างสาย polynucleotide สลายออกซึ่งจะเริ่มได้ก็ ต่อเมื่อมี RNA บุกเบิกต้นทางก่อน สร้างเอนไซน์ primase แล้ว เอนไซน์ DNA polynerase จะจับเอา nucleotide แต่ ละโมเลกุลมาต่อเรียงกันนับจาก primer เป็นสายใหม่ออกมา

  66. นางสาวฐานมาศ ทองจุน เลขที่20 6/2 พูดว่า:

    การ จำลองเริ่มที่เอนไซม์ helicase มาคลายเกี่ยว DNA ทำให้ hydrogen bond ระหว่างสาย polynucleotide สลายออกซึ่งจะเริ่มได้ก็ ต่อเมื่อมี RNA บุกเบิกต้นทางก่อน สร้างเอนไซน์ primase แล้ว เอนไซน์ DNA polynerase จะจับเอา nucleotide แต่ ละโมเลกุลมาต่อเรียงกันนับจาก primer เป็นสายใหม่ออกมา

  67. นางสาวนัยฝัน ถาทุมมา พูดว่า:

    การ จำลองเริ่มที่เอนไซม์ helicase มาคลายเกี่ยว DNA ทำให้ hydrogen bond ระหว่างสาย polynucleotide สลายออกซึ่งจะเริ่มได้ก็ ต่อเมื่อมี RNA บุกเบิกต้นทางก่อน สร้างเอนไซน์ primase แล้ว เอนไซน์ DNA polynerase จะจับเอา nucleotide แต่ ละโมเลกุลมาต่อเรียงกันนับจาก primer เป็นสายใหม่ออกมา

  68. นางทิพวรรณ ลือหาญ 6/3 เลขที่38 พูดว่า:

    การ จำลองเริ่มที่เอนไซม์ helicase มาคลายเกี่ยว DNA ทำให้ hydrogen bond ระหว่างสาย polynucleotide สลายออกซึ่งจะเริ่มได้ก็ ต่อเมื่อมี RNA บุกเบิกต้นทางก่อน สร้างเอนไซน์ primase แล้ว เอนไซน์ DNA polynerase จะจับเอา nucleotide แต่ ละโมเลกุลมาต่อเรียงกันนับจาก primer เป็นสายใหม่ออกมา

  69. นายพร้อมไพบูลย์ ยิ้มจันทร์ พูดว่า:

    คือการถอดรหัสใช้DNA สายเดียวเป็นต้นแบบ โดยเอ็นไซน์ RNA polymerase จะเข้ามาจับกันกับDNA สายนั้น แล้วเกียวคู่ DNA ก็จะคลายออก เอ็นไซน์นี้จะนำ nucleotide ที่เข้าคู่กับสายแม่แบบมาต่อกันเป็นสายmRNA (ถ้าตรงใหนเป็น T ก็เปลี่ยนเป็น U ด้วย) โดยสร้างจาก 5′ไป 3′ ของสาย mRNA ที่เกิดขึ้นเสมอ (แสดงว่าRNA polymerase เคลื่อนที่จาก 3′ไป 5′ บนสายDNA ต้นแบบ)

  70. นางสาววนิดา ทุมอุบล พูดว่า:

    ในขั้นตอนทรานสคริปชั่นสิ่งจำเป็นต้องใช้คือ DNA เพียงหนึ่งเส้นจากสองเส้นคู่ที่ไขว้กัน ซึ่งเรียกว่า เกลียวรหัส (coding strand) ทรานสคริปชั่นเริ่มที่เอนไซม์ อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรส (RNA polymerase) เชื่อมต่อกับ DNAตรงตำแหน่งเฉพาะซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่เรียกว่า โปรโมเตอร์ (promoter) ขณะที่ อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรส เชื่อมต่อกับโปรโมเตอร์ แถบเกลียว DNA ก็จะเริ่มคลายตัวและแยกออกจากกัน

    ต่อไปเป็นกระบวนการที่สองที่เรียกว่า อีลองเกชั่น (elongation) อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรสจะเคลื่อนตัวตลอดแนวแถบเกลียว DNA เพื่อสำเนารหัส DNAและได้เป็นแถบเกลียวรหัสที่เรียกว่าเมสเซนเจอร์อาร์เอ็นเอ (messengerRNA หรือ mRNA)นิวคลิโอไทด์ ซึ่งมีรหัสข้อมูลตรงข้ามกับ DNA

  71. นางสาวอรอนงค์ พรมสมบัติ เลขที่43 6/2 พูดว่า:

    ในขั้นตอนทรานสคริปชั่นสิ่งจำเป็นต้องใช้คือ DNA เพียงหนึ่งเส้นจากสองเส้นคู่ที่ไขว้กัน ซึ่งเรียกว่า เกลียวรหัส (coding strand) ทรานสคริปชั่นเริ่มที่เอนไซม์ อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรส (RNA polymerase) เชื่อมต่อกับ DNAตรงตำแหน่งเฉพาะซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่เรียกว่า โปรโมเตอร์ (promoter) ขณะที่ อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรส เชื่อมต่อกับโปรโมเตอร์ แถบเกลียว DNA ก็จะเริ่มคลายตัวและแยกออกจากกัน

    ต่อไปเป็นกระบวนการที่สองที่เรียกว่า อีลองเกชั่น (elongation) อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรสจะเคลื่อนตัวตลอดแนวแถบเกลียว DNA เพื่อสำเนารหัส DNAและได้เป็นแถบเกลียวรหัสที่เรียกว่าเมสเซนเจอร์อาร์เอ็นเอ (messengerRNA หรือ mRNA)นิวคลิโอไทด์ ซึ่งมีรหัสข้อมูลตรงข้ามกับ DNA

  72. นางสาวพิจิตรา โคตรชัยงาม 6/2 เลขที่26 พูดว่า:

    ในขั้นตอนทรานสคริปชั่นสิ่งจำเป็นต้องใช้คือ DNA เพียงหนึ่งเส้นจากสองเส้นคู่ที่ไขว้กัน ซึ่งเรียกว่า เกลียวรหัส (coding strand) ทรานสคริปชั่นเริ่มที่เอนไซม์ อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรส (RNA polymerase) เชื่อมต่อกับ DNAตรงตำแหน่งเฉพาะซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่เรียกว่า โปรโมเตอร์ (promoter) ขณะที่ อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรส เชื่อมต่อกับโปรโมเตอร์ แถบเกลียว DNA ก็จะเริ่มคลายตัวและแยกออกจากกัน

    ต่อไปเป็นกระบวนการที่สองที่เรียกว่า อีลองเกชั่น (elongation) อาร์เอ็นเอ พอลิเมอเรสจะเคลื่อนตัวตลอดแนวแถบเกลียว DNA เพื่อสำเนารหัส DNAและได้เป็นแถบเกลียวรหัสที่เรียกว่าเมสเซนเจอร์อาร์เอ็นเอ (messengerRNA หรือ mRNA)นิวคลิโอไทด์ ซึ่งมีรหัสข้อมูลตรงข้ามกับ DNA

  73. นางสาวนัยฝัน ถาทุมมา พูดว่า:

    การ จำลองเริ่มที่เอนไซม์ helicase มาคลายเกี่ยว DNA ทำให้ hydrogen bond ระหว่างสาย polynucleotide สลายออกซึ่งจะเริ่มได้ก็ ต่อเมื่อมี RNA บุกเบิกต้นทางก่อน สร้างเอนไซน์ primase แล้ว เอนไซน์ DNA polynerase จะจับเอา nucleotide แต่ ละโมเลกุลมาต่อเรียงกันนับจาก primer เป็นสายใหม่ออกมาค่ะ

  74. นางสาวลาวัลย์ ไพคำนาม พูดว่า:

    การ จำลองเริ่มที่เอนไซม์ helicase มาคลายเกี่ยว DNA ทำให้ hydrogen bond ระหว่างสาย polynucleotide สลายออกซึ่งจะเริ่มได้ก็ ต่อเมื่อมี RNA บุกเบิกต้นทางก่อน สร้างเอนไซน์ primase แล้ว เอนไซน์ DNA polynerase จะจับเอา nucleotide แต่ ละโมเลกุลมาต่อเรียงกันนับจาก primer เป็นสายใหม่ออกมานะค่ะ

  75. นางสาวอมรรัตน์ คุณกร พูดว่า:

    #

    DNA ทำหน้าที่ในการกำหนดชนิดของโปรตีนที่เซลล์สังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อนำไปใช้ใน กิจกรรมต่างๆ ภายในเซลล์ ลำดับเบสในโมเลกุลของ DNA ของยีนหนึ่งจะเป็นตัวกำหนดการเรียงตัวของกรดอะมิโนชนิดต่างๆ ของโปรตีนที่จะสังเคราะห์ขึ้นมา
    การสังเคราะห์ RNA จำเป็นต้องอาศัย DNA สายหนึ่งเป็นต้นแบบ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
    1. พอลินิวคลีโอไทด์สองสายของดีเอ็นเอคลายเกลียวแยกจากกันบริเวณที่
    จะมีการสังเคราะห์ RNA
    2. นำนิวคลีโอไทด์ของ RNA เข้าจับกับเบสของ DNA แต่ใน RNA ไม่มีไทมีน(T)
    มียูราซิล (U) แทน
    3. การสังเคราะห์ RNA เริ่มจากปลาย 3’ไปยังปลาย 5’ของ DNA โมเลกุลของ RNA จึงเริ่มจากปลาย 5′ ไปยังปลาย 3′
    4. นิวคลีโอไทด์ของ RNA เชื่อมต่อกันโดยอาศัย เอนไซม์ ชื่อ อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรส ( RNA polymerase)
    Degenerated code นั้น ส่วนใหญ่รหัสพันธุกรรมมักจะต่างกันที่เบสตัวที่ 3 ของ codon ทฤษฎี wobble อธิบายไว้ว่า เบสตัวที่ 3 ของ codon ไม่จำเป็นต้องจับคู่จำเพาะ (A-T,C-G) กับ anticodon ของ tRNAUAA,UAG,UGA เป็น stop codon AUG เป็นรหัสของ Met และเป็นรหัสเริ่มการสังเคราะห์ Polypeptide อีกด้วย กรดอะมิโนตัวแรกที่สังเคราะห์คือ N-Formyl-Methionine ซึ่งต่างจาก Met ธรรมดา
    #

    * น.ส ศศิธร ปานมาศ 6/1
    * กรกฎาคม 14th, 2010

    * REPLY
    * QUOTE

    DNA ทำหน้าที่ในการกำหนดชนิดของโปรตีนที่เซลล์สังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อนำไปใช้ใน กิจกรรมต่างๆ ภายในเซลล์ ลำดับเบสในโมเลกุลของ DNA ของยีนหนึ่งจะเป็นตัวกำหนดการเรียงตัวของกรดอะมิโนชนิดต่างๆ ของโปรตีนที่จะสังเคราะห์ขึ้นมา
    การสังเคราะห์ RNA จำเป็นต้องอาศัย DNA สายหนึ่งเป็นต้นแบบ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
    1. พอลินิวคลีโอไทด์สองสายของดีเอ็นเอคลายเกลียวแยกจากกันบริเวณที่
    จะมีการสังเคราะห์ RNA
    2. นำนิวคลีโอไทด์ของ RNA เข้าจับกับเบสของ DNA แต่ใน RNA ไม่มีไทมีน(T)
    มียูราซิล (U) แทน
    3. การสังเคราะห์ RNA เริ่มจากปลาย 3’ไปยังปลาย 5’ของ DNA โมเลกุลของ RNA จึงเริ่มจากปลาย 5′ ไปยังปลาย 3′
    4. นิวคลีโอไทด์ของ RNA เชื่อมต่อกันโดยอาศัย เอนไซม์ ชื่อ อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรส ( RNA polymerase)
    Degenerated code นั้น ส่วนใหญ่รหัสพันธุกรรมมักจะต่างกันที่เบสตัวที่ 3 ของ codon ทฤษฎี wobble อธิบายไว้ว่า เบสตัวที่ 3 ของ codon ไม่จำเป็นต้องจับคู่จำเพาะ (A-T,C-G) กับ anticodon ของ tRNAUAA,UAG,UGA เป็น stop codon AUG เป็นรหัสของ Met และเป็นรหัสเริ่มการสังเคราะห์ Polypeptide อีกด้วย กรดอะมิโนตัวแรกที่สังเคราะห์คือ N-Formyl-Methionine ซึ่งต่างจาก Met ธรรมดา
    #

    * นายวุฒิชัย จันทร์ธิ 6/1
    * กรกฎาคม 14th, 2010

    * REPLY
    * QUOTE

    DNA ทำหน้าที่ในการกำหนดชนิดของโปรตีนที่เซลล์สังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อนำไปใช้ใน กิจกรรมต่างๆ ภายในเซลล์ ลำดับเบสในโมเลกุลของ DNA ของยีนหนึ่งจะเป็นตัวกำหนดการเรียงตัวของกรดอะมิโนชนิดต่างๆ ของโปรตีนที่จะสังเคราะห์ขึ้นมา
    การสังเคราะห์ RNA จำเป็นต้องอาศัย DNA สายหนึ่งเป็นต้นแบบ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
    1. พอลินิวคลีโอไทด์สองสายของดีเอ็นเอคลายเกลียวแยกจากกันบริเวณที่
    จะมีการสังเคราะห์ RNA
    2. นำนิวคลีโอไทด์ของ RNA เข้าจับกับเบสของ DNA แต่ใน RNA ไม่มีไทมีน(T)
    มียูราซิล (U) แทน
    3. การสังเคราะห์ RNA เริ่มจากปลาย 3’ไปยังปลาย 5’ของ DNA โมเลกุลของ RNA จึงเริ่มจากปลาย 5′ ไปยังปลาย 3′
    4. นิวคลีโอไทด์ของ RNA เชื่อมต่อกันโดยอาศัย เอนไซม์ ชื่อ อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรส ( RNA polymerase)
    Degenerated code นั้น ส่วนใหญ่รหัสพันธุกรรมมักจะต่างกันที่เบสตัวที่ 3 ของ codon ทฤษฎี wobble อธิบายไว้ว่า เบสตัวที่ 3 ของ codon ไม่จำเป็นต้องจับคู่จำเพาะ (A-T,C-G) กับ anticodon ของ tRNAUAA,UAG,UGA เป็น stop codon AUG เป็นรหัสของ Met และเป็นรหัสเริ่มการสังเคราะห์ Polypeptide อีกด้วย กรดอะมิโนตัวแรกที่สังเคราะห์คือ N-Formyl-Methionine ซึ่งต่างจาก Met ธรรมดา

  76. นางสาวฐานมาศ ทองจุน เลขที่20 6/2 พูดว่า:

    #

    DNA ทำหน้าที่ในการกำหนดชนิดของโปรตีนที่เซลล์สังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อนำไปใช้ใน กิจกรรมต่างๆ ภายในเซลล์ ลำดับเบสในโมเลกุลของ DNA ของยีนหนึ่งจะเป็นตัวกำหนดการเรียงตัวของกรดอะมิโนชนิดต่างๆ ของโปรตีนที่จะสังเคราะห์ขึ้นมา
    การสังเคราะห์ RNA จำเป็นต้องอาศัย DNA สายหนึ่งเป็นต้นแบบ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
    1. พอลินิวคลีโอไทด์สองสายของดีเอ็นเอคลายเกลียวแยกจากกันบริเวณที่
    จะมีการสังเคราะห์ RNA
    2. นำนิวคลีโอไทด์ของ RNA เข้าจับกับเบสของ DNA แต่ใน RNA ไม่มีไทมีน(T)
    มียูราซิล (U) แทน
    3. การสังเคราะห์ RNA เริ่มจากปลาย 3’ไปยังปลาย 5’ของ DNA โมเลกุลของ RNA จึงเริ่มจากปลาย 5′ ไปยังปลาย 3′
    4. นิวคลีโอไทด์ของ RNA เชื่อมต่อกันโดยอาศัย เอนไซม์ ชื่อ อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรส ( RNA polymerase)
    Degenerated code นั้น ส่วนใหญ่รหัสพันธุกรรมมักจะต่างกันที่เบสตัวที่ 3 ของ codon ทฤษฎี wobble อธิบายไว้ว่า เบสตัวที่ 3 ของ codon ไม่จำเป็นต้องจับคู่จำเพาะ (A-T,C-G) กับ anticodon ของ tRNAUAA,UAG,UGA เป็น stop codon AUG เป็นรหัสของ Met และเป็นรหัสเริ่มการสังเคราะห์ Polypeptide อีกด้วย กรดอะมิโนตัวแรกที่สังเคราะห์คือ N-Formyl-Methionine ซึ่งต่างจาก Met ธรรมดา
    #

    * น.ส ศศิธร ปานมาศ 6/1
    * กรกฎาคม 14th, 2010

    * REPLY
    * QUOTE

    DNA ทำหน้าที่ในการกำหนดชนิดของโปรตีนที่เซลล์สังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อนำไปใช้ใน กิจกรรมต่างๆ ภายในเซลล์ ลำดับเบสในโมเลกุลของ DNA ของยีนหนึ่งจะเป็นตัวกำหนดการเรียงตัวของกรดอะมิโนชนิดต่างๆ ของโปรตีนที่จะสังเคราะห์ขึ้นมา
    การสังเคราะห์ RNA จำเป็นต้องอาศัย DNA สายหนึ่งเป็นต้นแบบ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
    1. พอลินิวคลีโอไทด์สองสายของดีเอ็นเอคลายเกลียวแยกจากกันบริเวณที่
    จะมีการสังเคราะห์ RNA
    2. นำนิวคลีโอไทด์ของ RNA เข้าจับกับเบสของ DNA แต่ใน RNA ไม่มีไทมีน(T)
    มียูราซิล (U) แทน
    3. การสังเคราะห์ RNA เริ่มจากปลาย 3’ไปยังปลาย 5’ของ DNA โมเลกุลของ RNA จึงเริ่มจากปลาย 5′ ไปยังปลาย 3′
    4. นิวคลีโอไทด์ของ RNA เชื่อมต่อกันโดยอาศัย เอนไซม์ ชื่อ อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรส ( RNA polymerase)
    Degenerated code นั้น ส่วนใหญ่รหัสพันธุกรรมมักจะต่างกันที่เบสตัวที่ 3 ของ codon ทฤษฎี wobble อธิบายไว้ว่า เบสตัวที่ 3 ของ codon ไม่จำเป็นต้องจับคู่จำเพาะ (A-T,C-G) กับ anticodon ของ tRNAUAA,UAG,UGA เป็น stop codon AUG เป็นรหัสของ Met และเป็นรหัสเริ่มการสังเคราะห์ Polypeptide อีกด้วย กรดอะมิโนตัวแรกที่สังเคราะห์คือ N-Formyl-Methionine ซึ่งต่างจาก Met ธรรมดา
    #

    * นายวุฒิชัย จันทร์ธิ 6/1
    * กรกฎาคม 14th, 2010

    * REPLY
    * QUOTE

    DNA ทำหน้าที่ในการกำหนดชนิดของโปรตีนที่เซลล์สังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อนำไปใช้ใน กิจกรรมต่างๆ ภายในเซลล์ ลำดับเบสในโมเลกุลของ DNA ของยีนหนึ่งจะเป็นตัวกำหนดการเรียงตัวของกรดอะมิโนชนิดต่างๆ ของโปรตีนที่จะสังเคราะห์ขึ้นมา
    การสังเคราะห์ RNA จำเป็นต้องอาศัย DNA สายหนึ่งเป็นต้นแบบ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
    1. พอลินิวคลีโอไทด์สองสายของดีเอ็นเอคลายเกลียวแยกจากกันบริเวณที่
    จะมีการสังเคราะห์ RNA
    2. นำนิวคลีโอไทด์ของ RNA เข้าจับกับเบสของ DNA แต่ใน RNA ไม่มีไทมีน(T)
    มียูราซิล (U) แทน
    3. การสังเคราะห์ RNA เริ่มจากปลาย 3’ไปยังปลาย 5’ของ DNA โมเลกุลของ RNA จึงเริ่มจากปลาย 5′ ไปยังปลาย 3′
    4. นิวคลีโอไทด์ของ RNA เชื่อมต่อกันโดยอาศัย เอนไซม์ ชื่อ อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรส ( RNA polymerase)
    Degenerated code นั้น ส่วนใหญ่รหัสพันธุกรรมมักจะต่างกันที่เบสตัวที่ 3 ของ codon ทฤษฎี wobble อธิบายไว้ว่า เบสตัวที่ 3 ของ codon ไม่จำเป็นต้องจับคู่จำเพาะ (A-T,C-G) กับ anticodon ของ tRNAUAA,UAG,UGA เป็น stop codon AUG เป็นรหัสของ Met และเป็นรหัสเริ่มการสังเคราะห์ Polypeptide อีกด้วย กรดอะมิโนตัวแรกที่สังเคราะห์คือ N-Formyl-Methionine ซึ่งต่างจาก Met ธรรมดาค่ะ

  77. นางสาวฐานมาศ ทองจุน เลขที่20 6/2 พูดว่า:

    การจำลองเริ่มที่เอนไซม์ helicase มาคลายเกี่ยว DNA ทำให้ hydrogen bond ระหว่างสาย polynucleotide สลายออกซึ่งจะเริ่มได้ก็ต่อเมื่อมี RNA บุกเบิกต้นทางก่อน สร้างเอนไซน์ primase แล้วเอนไซน์ DNA polynerase จะจับเอา nucleotide แต่ละโมเลกุลมาต่อเรียงกันนับจาก primer เป็นสายใหม่ออกมา

  78. นายพงษ์ศักดิ์ พรหมสมบัติ พูดว่า:

    ranscription DNA
    เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดข้อมูลทางพันธุกรรมจากดีเอ็นเอ เพื่อ RNA ข้อความ DNA ถ่ายทอดใช้ในการผลิตโปรตีน DNA ที่ตั้งอยู่ภายในนิวเคลียสของเซลล์ของเรา มันจะควบคุมกิจกรรมของเซลล์โดยการเข้ารหัสสำหรับการผลิตเอนไซม์และโปรตีน ข้อมูลใน DNA ไม่แปลงโดยตรงโปรตีน แต่ต้องแรกจะคัดลอกลงใน RNA เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่มีอยู่ใน DNA ไม่เป็นเสีย

  79. นายณัฐพงษ์ ต้นกันยา พูดว่า:

    ranscription DNA
    เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดข้อมูลทางพันธุกรรมจากดีเอ็นเอ เพื่อ RNA ข้อความ DNA ถ่ายทอดใช้ในการผลิตโปรตีน DNA ที่ตั้งอยู่ภายในนิวเคลียสของเซลล์ของเรา มันจะควบคุมกิจกรรมของเซลล์โดยการเข้ารหัสสำหรับการผลิตเอนไซม์และโปรตีน ข้อมูลใน DNA ไม่แปลงโดยตรงโปรตีน แต่ต้องแรกจะคัดลอกลงใน RNA เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่มีอยู่ใน DNA ไม่เป็นเสีย

  80. นายพิพัฒน์ ราชโส 6/2 เลขที่11 พูดว่า:

    ranscription DNA
    เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดข้อมูลทางพันธุกรรมจากดีเอ็นเอ เพื่อ RNA ข้อความ DNA ถ่ายทอดใช้ในการผลิตโปรตีน DNA ที่ตั้งอยู่ภายในนิวเคลียสของเซลล์ของเรา มันจะควบคุมกิจกรรมของเซลล์โดยการเข้ารหัสสำหรับการผลิตเอนไซม์และโปรตีน ข้อมูลใน DNA ไม่แปลงโดยตรงโปรตีน แต่ต้องแรกจะคัดลอกลงใน RNA เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่มีอยู่ใน DNA ไม่เป็นเสีย

  81. นายเจริญสุข อักษรดี เลขที่ 2 6/2 พูดว่า:

    Transcription

    Enzymes ที่สำคัญในกระบวน การ transcription คือ RNA polymerase ซึ่งเราจะสังเคราะห์ RNA มา 3 ชนิด คือ

    1. m RNA

    2. r RNA

    3. t RNA

    ซึ่ง RNA ทั้ง 3 จะร่วมกันทำหน้าที่เพื่อแปลรหัสพันธุกรรมเพื่อสร้าง Protein

  82. นางสาวสุเนย สุปัดคำ พูดว่า:

    Transcription

    Enzymes ที่สำคัญในกระบวน การ transcription คือ RNA polymerase ซึ่งเราจะสังเคราะห์ RNA มา 3 ชนิด คือ

    1. m RNA

    2. r RNA

    3. t RNA

    ซึ่ง RNA ทั้ง 3 จะร่วมกันทำหน้าที่เพื่อแปลรหัสพันธุกรรมเพื่อสร้าง Protein

  83. นางทิพวรรณ ลือหาญ 6/3 เลขที่38 พูดว่า:

    Transcription

    Enzymes ที่สำคัญในกระบวน การ transcription คือ RNA polymerase ซึ่งเราจะสังเคราะห์ RNA มา 3 ชนิด คือ

    1. m RNA

    2. r RNA

    3. t RNA

    ซึ่ง RNA ทั้ง 3 จะร่วมกันทำหน้าที่เพื่อแปลรหัสพันธุกรรมเพื่อสร้าง Protein

  84. นายจุมพต บุญใหญ่ ม.6/2 เลขที่1 พูดว่า:

    Transcription

    Enzymes ที่สำคัญในกระบวน การ transcription คือ RNA polymerase ซึ่งเราจะสังเคราะห์ RNA มา 3 ชนิด คือ

    1. m RNA 2. r RNA 3. t RNA ซึ่ง RNA ทั้ง 3 จะร่วมกันทำหน้าที่เพื่อแปลรหัสพันธุกรรมเพื่อสร้าง Protein

  85. การถอดข้อความทางพันธุกรรมในดีเอ็นเอมาเป็นอาร์เอ็นเอจะมีดีเอ็นเอสายหนึ่งเป็นแม่แบบ อาร์เอ็นเอที่สร้างขึ้นจะมีการเรียงตัวของเบสตามกฎการจับคู่ของเบส
    กับเบสในสายดีเอ็นเอที่เป็นแม่แบบ เราจะเรียกดีเอ็นเอที่เป็นแม่แบบนี้ว่าสายแม่แบบ (template strand) และเรียกดีเอ็นเออีกสายหนึ่งที่ไม่ถูกถอดข้อความว่าสายรหัสพันธุกรรม (coding strand)

  86. waraporn charoensri พูดว่า:

    -เป็นขั้นตอนการถอดรหัสพันธุกรรมโดยที่ DNA ได้สังเคราะห์ mRNA ขึ้นมา ลำดับเบสของDNA
    จะถูกถอดออกมาในลำดับเบส mRNA ซึ่งเป็น codon นั่นเอง mRNA จะเคลื่อนที่ออกมายัง
    ไซโทรพลาสซึมของเซลล์
    -รหัสพันธุกรรม UAA,UAG,UGA จะทำหน้าที่หยุดการสังเคราะห์โปรตีนเมื่อพบรหัสเหล่านี้การสังเคราะห์โปรตีนจะสิ้นสุดลงและยังพบ AUG เป็นรหัสตั้งต้นของการสังเคราะห์โปรตีนอีด้วย

  87. ThidaRAT Muangsurat M.6/3 No.21 พูดว่า:

    ทรานสคริปชั่น สาระหนึ่งของเกลียวคู่ดีเอ็นเอใช้เป็นแม่แบบโดย RNA polymerase เพื่อสังเคราะห์ (mRNA) . mRNA นี้ migrates จากนิวเคลียสไปยัง cytoplasm
    ทรานสเลชั่นเป็นการถอดรหัส DNA ให้เป็น mRNA เพื่อเป็นการนำไปสู่การสังเคราะโปรตีน โดยการทำงานของไรโบโซม ร่วมกับ tRNA ไรโบโซมทำหน้าที่ในการแปลรหัสโมเลกุลของ tRNA

    From DNA to Protein

    ข้อมูลพันธุกรรมในดีเอ็นเอซึ่งถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีในนิวเคลียส จะถูกคัดลอกข้อมูลแล้วแปลรหัสจนได้เป็นโปรตีน ก็ต่อเมื่อเซลล์ต้องการโปรตีนชนิดต่างๆ ก็จะมีสัญญาณส่งออกมาบอกให้นิวเคลียส ดำเนินการคัดลอกรหัสของดีเอ็นเอหรือยีน จนได้ (mRNA) จากนั้น mRNA จะนำรหัสเหล่านั้นเคลื่อนที่จากนิวเคลียสไปยังไรโบโซม ซึ่งเปรียบเสมือนโรงงานผลิตโปรตีน ไรโบโซมจะทำการแปลรหัสของ mRNA แล้วนำกรดอะมิโนที่ตรงกันกับรหัสมาเชื่อมต่อกันเป็นสายโพลีเพพไทด์ ซึ่งก็คือโปรตีนนั่นเอง

  88. ลักขณา ทองสีเหลือง ม.6/3 พูดว่า:

    -เอนไซม์ RNA polymerase สลายพันธะพอลินิวคลีโอไทด์ 2 สายของ DNA คลายเกลียวแยกออกจากกัน มีหนึ่งสายเป็นแม่พิมพ์
    -ไรโบนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสจะเข้าคู่กับนิวคลีโอไทด์ของ DNA สายแม่พิมพ์คือ เบส C จับกับ G และ A จับกับ U จะจับกับนิวคลีโอไทด์ของ DNA สายแม่พิมพ์ เอนไซม์ RNA polymerase จะเชื่อมไรโบนิวคลีโอไทด์อิสระมาต่อกันเป็นสายยาว ทิศทางสังเคราะห์ RNA จากปลาย 5′ ไป 3′
    -เอนไซม์ RNA polymerase หยุดทำงานแยกตัวออกจาก DNA สาย RNA แยกออกไปยังไซโทพลาสซึมส่วนสายแม่พิมพ์ DNA 2 สาย จับคู่กันและบิดเป็นเกลียวเหมือนเดิม

  89. ขวัญฤดี สุมาธิธรรม ม.6/3 พูดว่า:

    การถอดรหัสDNAที่สังเคราะห์RNAไฮโดรเจนกับคู่สายเบสสลายพอลินิวคลีโอไทด์2สายโดยมีสายใดสายหนึ่งเป็นแม่พิมพ์ต่อกับไรโบนิวคลีโอไทด์ที่เข้าคู่กับนิวคลีโอไทด์มี Cเข้ากับGและUเข้ากับARNAจะเชื่อมต่อกันเป็นสายยาวสังเคราะห์จากปลาย5′ไปยังปลาย3′และสายRNAจะเรียงสลับกับDNA เอนไซม์เอ็นเอพอลิเมอเรสหยุดทำงานแยกเป็นสายแม่พิมพ์RNAที่สังเคราะห์ได้แยกจากDNAไปยังไซโทรพลาสซึมส่วนDNA2สายจะจับค฿กันและบิดเป็นเกียวเหมือนเดิมการถอดรหัสDNAได้เป็นmRNAซึ่งจะนำรหัสพันธุกรรมไปสู่การสังเคราะห์โปรตีนโดยการทำงานของไรโบโวมในไซโทรพลาสซึมร่วมกับtRNAที่ทำหน้าที่นำกรดอะมิโนมาเรียงต่อกันตามรหัสพันธุกรรมของmRNAได้เป็นพอลิเพปไทด์

  90. นภาพร ส่งสุข เลขที่ 22 ม.6/3 พูดว่า:

    DNA Transcription
    transcription DNA เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดข้อมูลทางพันธุกรรมจาก DNA เพื่อ RNA มี 3 ขั้นตอนหลักในการประมวลผลของ DNA
    transcription RNA polymerase ผูกกับ DNA DNA จะถ่ายทอดโดยเอนไซม์ที่เรียกว่า RNA polymerase ลำดับ nucleotide RNA polymerase บอกเฉพาะที่เริ่มต้นและสิ้นสุดที่ RNA polymerase ยึดติดกับดีเอ็นเอที่เฉพาะที่เรียกว่าพื้นที่ promoter
    การยืดออก เรียกว่าโปรตีนบางปัจจัย transcription ผ่อนคลาย strand DNA และ RNA polymerase อนุญาตให้จดเพียงสาระเดียว DNA เป็น RNA พอลิเมอเดียวติดเรียก messenger RNA (mRNA) สาระที่ทำหน้าที่เป็นแม่แบบเรียกว่า antisense strand สาระที่ไม่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกเรียกว่าสาระ

  91. pornmasa Namtirach พูดว่า:

    การถอดรหัสDNAที่สังเคราะห์RNAไฮโดรเจนกับคู่สายเบสสลายพอลินิวคลีโอไทด์2สายโดยมีสายใดสายหนึ่งเป็นแม่พิมพ์ต่อกับไรโบนิวคลีโอไทด์ที่เข้าคู่กับนิวคลีโอไทด์มี Cเข้ากับGและUเข้ากับARNAจะเชื่อมต่อกันเป็นสายยาวสังเคราะห์จากปลาย5′ไปยังปลาย3′และสายRNAจะเรียงสลับกับDNA เอนไซม์เอ็นเอพอลิเมอเรสหยุดทำงานแยกเป็นสายแม่พิมพ์RNAที่สังเคราะห์ได้แยกจากDNAไปยังไซโทรพลาสซึมส่วนDNA2สายจะจับค฿กันและบิดเป็นเกียวเหมือนเดิมการถอดรหัสDNAได้เป็นmRNAซึ่งจะนำรหัสพันธุกรรมไปสู่การสังเคราะห์โปรตีนโดยการทำงานของไรโบโวมในไซโทรพลาสซึมร่วมกับtRNAที่ทำหน้าที่นำกรดอะมิโนมาเรียงต่อกันตามรหัสพันธุกรรมของmRNAได้เป็นพอลิเพปไทด์
    -เอนไซม์ RNA polymerase สลายพันธะพอลินิวคลีโอไทด์ 2 สายของ DNA คลายเกลียวแยกออกจากกัน มีหนึ่งสายเป็นแม่พิมพ์

    -เอนไซม์ RNA polymerase สลายพันธะพอลินิวคลีโอไทด์ 2 สายของ DNA คลายเกลียวแยกออกจากกัน มีหนึ่งสายเป็นแม่พิมพ์
    -ไรโบนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสจะเข้าคู่กับนิวคลีโอไทด์ของ DNA สายแม่พิมพ์คือ เบส C จับกับ G และ A จับกับ U จะจับกับนิวคลีโอไทด์ของ DNA สายแม่พิมพ์ เอนไซม์ RNA polymerase จะเชื่อมไรโบนิวคลีโอไทด์อิสระมาต่อกันเป็นสายยาว ทิศทางสังเคราะห์ RNA จากปลาย 5′ ไป 3′
    -เอนไซม์ RNA polymerase หยุดทำงานแยกตัวออกจาก DNA สาย RNA แยกออกไปยังไซโทพลาสซึมส่วนสายแม่พิมพ์ DNA 2 สาย จับคู่กันและบิดเป็นเกลียว

  92. pornmasa Namtirach 6/3 No 27 พูดว่า:

    การถอดรหัสDNAที่สังเคราะห์RNAไฮโดรเจนกับคู่สายเบสสลายพอลินิวคลีโอไทด์2สายโดยมีสายใดสายหนึ่งเป็นแม่พิมพ์ต่อกับไรโบนิวคลีโอไทด์ที่เข้าคู่กับนิวคลีโอไทด์มี Cเข้ากับGและUเข้ากับARNAจะเชื่อมต่อกันเป็นสายยาวสังเคราะห์จากปลาย5′ไปยังปลาย3′และสายRNAจะเรียงสลับกับDNA เอนไซม์เอ็นเอพอลิเมอเรสหยุดทำงานแยกเป็นสายแม่พิมพ์RNAที่สังเคราะห์ได้แยกจากDNAไปยังไซโทรพลาสซึมส่วนDNA2สายจะจับค฿กันและบิดเป็นเกียวเหมือนเดิมการถอดรหัสDNAได้เป็นmRNAซึ่งจะนำรหัสพันธุกรรมไปสู่การสังเคราะห์โปรตีนโดยการทำงานของไรโบโวมในไซโทรพลาสซึมร่วมกับtRNAที่ทำหน้าที่นำกรดอะมิโนมาเรียงต่อกันตามรหัสพันธุกรรมของmRNAได้เป็นพอลิเพปไทด์
    -เอนไซม์ RNA polymerase สลายพันธะพอลินิวคลีโอไทด์ 2 สายของ DNA คลายเกลียวแยกออกจากกัน มีหนึ่งสายเป็นแม่พิมพ์

    -เอนไซม์ RNA polymerase สลายพันธะพอลินิวคลีโอไทด์ 2 สายของ DNA คลายเกลียวแยกออกจากกัน มีหนึ่งสายเป็นแม่พิมพ์
    -ไรโบนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสจะเข้าคู่กับนิวคลีโอไทด์ของ DNA สายแม่พิมพ์คือ เบส C จับกับ G และ A จับกับ U จะจับกับนิวคลีโอไทด์ของ DNA สายแม่พิมพ์ เอนไซม์ RNA polymerase จะเชื่อมไรโบนิวคลีโอไทด์อิสระมาต่อกันเป็นสายยาว ทิศทางสังเคราะห์ RNA จากปลาย 5′ ไป 3′
    -เอนไซม์ RNA polymerase หยุดทำงานแยกตัวออกจาก DNA สาย RNA แยกออกไปยังไซโทพลาสซึมส่วนสายแม่พิมพ์ DNA 2 สาย จับคู่กันและบิดเป็นเกลียว

  93. DNA ทำหน้าที่ถ่ายทอดพันธุกรรมของสื่งมีชีวิต โดยมีการการถอดรหัสDNAที่สังเคราะห์RNAไฮโดรเจนกับคู่สายเบสสลายพอลินิวคลีโอไทด์2สายโดยมีสายใดสายหนึ่งเป็นแม่พิมพ์ต่อกับไรโบนิวคลีโอไทด์ที่เข้าคู่กับนิวคลีโอไทด์มี Cเข้ากับGและUเข้ากับARNAจะเชื่อมต่อกันเป็นสายยาวสังเคราะห์จากปลาย5′ไปยังปลาย3′และสายRNAจะเรียงสลับกับDNA เอนไซม์เอ็นเอพอลิเมอเรสหยุดทำงานแยกเป็นสายแม่พิมพ์RNAที่สังเคราะห์ได้แยกจากDNAไปยังไซโทรพลาสซึมส่วนDNA2สายจะจับค฿กันและบิดเป็นเกียวเหมือนเดิมการถอดรหัสDNAได้เป็นmRNAซึ่งจะนำรหัสพันธุกรรมไปสู่การสังเคราะห์โปรตีนโดยการทำงานของไรโบโวมในไซโทรพลาสซึมร่วมกับtRNAที่ทำหน้าที่นำกรดอะมิโนมาเรียงต่อกันตามรหัสพันธุกรรมของmRNAได้เป็นพอลิเพปไทด์
    ทรานสคริปชั่น สาระหนึ่งของเกลียวคู่ดีเอ็นเอใช้เป็นแม่แบบโดย RNA polymerase เพื่อสังเคราะห์ (mRNA) . mRNA นี้ migrates จากนิวเคลียสไปยัง cytoplasm
    ทรานสเลชั่นเป็นการถอดรหัส DNA ให้เป็น mRNA เพื่อเป็นการนำไปสู่การสังเคราะโปรตีน โดยการทำงานของไรโบโซม ร่วมกับ tRNA ไรโบโซมทำหน้าที่ในการแปลรหัสโมเลกุลของ tRNA

    From DNA to Protein

    ข้อมูลพันธุกรรมในดีเอ็นเอซึ่งถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีในนิวเคลียส จะถูกคัดลอกข้อมูลแล้วแปลรหัสจนได้เป็นโปรตีน ก็ต่อเมื่อเซลล์ต้องการโปรตีนชนิดต่างๆ ก็จะมีสัญญาณส่งออกมาบอกให้นิวเคลียส ดำเนินการคัดลอกรหัสของดีเอ็นเอหรือยีน จนได้ (mRNA) จากนั้น mRNA จะนำรหัสเหล่านั้นเคลื่อนที่จากนิวเคลียสไปยังไรโบโซม ซึ่งเปรียบเสมือนโรงงานผลิตโปรตีน ไรโบโซมจะทำการแปลรหัสของ mRNA แล้วนำกรดอะมิโนที่ตรงกันกับรหัสมาเชื่อมต่อกันเป็นสายโพลีเพพไทด์ ซึ่งก็คือโปรตีนนั่นเอง

  94. ทรานสคริปชั่น สาระหนึ่งของเกลียวคู่ดีเอ็นเอใช้เป็นแม่แบบโดย RNA polymerase เพื่อสังเคราะห์ (mRNA) . mRNA นี้ migrates จากนิวเคลียสไปยัง cytoplasm
    ทรานสเลชั่นเป็นการถอดรหัส DNA ให้เป็น mRNA เพื่อเป็นการนำไปสู่การสังเคราะโปรตีน โดยการทำงานของไรโบโซม ร่วมกับ tRNA ไรโบโซมทำหน้าที่ในการแปลรหัสโมเลกุลของ tRNA

    From DNA to Protein

    ข้อมูลพันธุกรรมในดีเอ็นเอซึ่งถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีในนิวเคลียส จะถูกคัดลอกข้อมูลแล้วแปลรหัสจนได้เป็นโปรตีน ก็ต่อเมื่อเซลล์ต้องการโปรตีนชนิดต่างๆ ก็จะมีสัญญาณส่งออกมาบอกให้นิวเคลียส ดำเนินการคัดลอกรหัสของดีเอ็นเอหรือยีน จนได้ (mRNA) จากนั้น mRNA จะนำรหัสเหล่านั้นเคลื่อนที่จากนิวเคลียสไปยังไรโบโซม ซึ่งเปรียบเสมือนโรงงานผลิตโปรตีน ไรโบโซมจะทำการแปลรหัสของ mRNA แล้วนำกรดอะมิโนที่ตรงกันกับรหัสมาเชื่อมต่อกันเป็นสายโพลีเพพไทด์ ซึ่งก็คือโปรตีนนั่นเอง

  95. การสังเคราะห์โปรตีน mRNA โดยอาศัยเอนไซม์ RNA polymeleseเริ่มจาก H-bond ที่ยึดระหว่างนิวคลีโอไทด์จะแตกออกทำให้สายDNA ช่วงใดช่วงหนึ่งแตกแยกออก ต่อมาจะมีนิวคลีโอไทด์เข้ามาเกาะกับสาย DNA แม่พิมพ์ โดยเบสที่เข้ามาเกาะกับเบส Aคือ U จะได้ mRNA และจะเคลื่อนที่ออกจากนิวเคลียสไปยังไซโทพลาสซึม

  96. oratai sriwatra no.40 m.6/3 พูดว่า:

    การสังเคราะห์ mRNA หรือ DNA transcription

    ทรานสคริปชั่น เป็นการสังเคราะห์ RNAโดยอาศัย DNA ต้นแบบ การสังเคราะห์ RNAใช้ DNA เพียงสายเดียว โดยใช้ เอนไซม้อาร์เอ็นอ พอลิเมอเรส และไรโบนิวคลีโอไทม์ 4 ชนิด คือ ไรโบนิวคลีโอไทด์ A U C และ G ข้อมูลทางพันธุกรรมใน DNA ได้ถ่ยทอดให้กับ RNA
    ทรานสเลชั่นเป็นการถอดรหัส DNA ให้เป็น mRNA เพื่อเป็นการนำไปสู่การสังเคราะโปรตีน โดยการทำงานของไรโบโซม ร่วมกับ tRNA ไรโบโซมทำหน้าที่ในการแปลรหัสโมเลกุลของ tRNA
    From DNA to Protein
    ข้อมูลพันธุกรรมในดีเอ็นเอซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในนิวเคลียส จะถูกคัดลอกข้อมูลแล้วแปลรหัสจนได้เป็นโปรตีน ก็ต่อเมื่อเซลล์ต้องการโปรตีนชนิดต่างๆ ก็จะมีสัญญาณส่งออกมาบอกให้นิวเคลียส ดำเนินการคัดลอกรหัสของดีเอ็นเอหรือยีน จนได้ (mRNA) จากนั้น mRNA ก็นำรหัสเหล่านั้นเคลื่อนที่จากนิวเคลียสไปยังไรโบโซม

  97. -เอนไซม์ RNA polymerase สลายพันธะพอลินิวคลีโอไทด์ 2 สายของ DNA คลายเกลียวแยกออกจากกัน มีหนึ่งสายเป็นแม่พิมพ์
    -ไรโบนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสจะเข้าคู่กับนิวคลีโอไทด์ของ DNA สายแม่พิมพ์คือ เบส C จับกับ G และ A จับกับ U จะจับกับนิวคลีโอไทด์ของ DNA สายแม่พิมพ์ เอนไซม์ RNA polymerase จะเชื่อมไรโบนิวคลีโอไทด์อิสระมาต่อกันเป็นสายยาว ทิศทางสังเคราะห์ RNA จากปลาย 5′ ไป 3′
    -เอนไซม์ RNA polymerase หยุดทำงานแยกตัวออกจาก DNA สาย RNA แยกออกไปยังไซโทพลาสซึมส่วนสายแม่พิมพ์ DNA 2 สาย จับคู่กันและบิดเป็นเกลียวเหมือนเดิม

  98. การถอดรหัสDNAที่สังเคราะห์RNAไฮโดรเจนกับคู่สายเบสสลายพอลินิวคลีโอไทด์2สายโดยมีสายใดสายหนึ่งเป็นแม่พิมพ์ต่อกับไรโบนิวคลีโอไทด์ที่เข้าคู่กับนิวคลีโอไทด์มี Cเข้ากับGและUเข้ากับARNAจะเชื่อมต่อกันเป็นสายยาวสังเคราะห์จากปลาย5′ไปยังปลาย3′และสายRNAจะเรียงสลับกับDNA เอนไซม์เอ็นเอพอลิเมอเรสหยุดทำงานแยกเป็นสายแม่พิมพ์RNAที่สังเคราะห์ได้แยกจากDNAไปยังไซโทรพลาสซึมส่วนDNA2สายจะจับค฿กันและบิดเป็นเกียวเหมือนเดิมการถอดรหัสDNAได้เป็นmRNAซึ่งจะนำรหัสพันธุกรรมไปสู่การสังเคราะห์โปรตีนโดยการทำงานของไรโบโวมในไซโทรพลาสซึมร่วมกับtRNAที่ทำหน้าที่นำกรดอะมิโนมาเรียงต่อกันตามรหัสพันธุกรรมของmRNAได้เป็นพอลิเพปไทด์

  99. จิราวรรณ ชรินทร์ ม.6/2 พูดว่า:

    สำหรับ DNA replication
    1. เริ่มด้วยเอนไซม์ helicase เข้าไปตัด H-bond ของเบสที่สาย DNA ที่จับคู่กันให้แยกจากกัน โดยอาศัย ATP ซึ่งการตัดนี้ทำให้เกิด replication fork
    2. จะมี single strand binding protein มาช่วยจับDNA สายเดี่ยวนี้ บริเวณ fork เพื่อให้รักษาสภาพสายไว้อย่างงั้น
    3. Primase จะสร้าง RNA primer ขึ้นมา ต่อกับDNA สายต้นแบบ เพื่อเป็นตัวเริ่มต้นให้กับสายใหม่ที่กำลังจะเกิด
    4. DNA polymerase III จะเข้ามาเพิ่มความยาวDNA สายใหม่โดยนำ nucleotide มาต่อกับ RNA primer ไปในทิศ 5′–>3’พอมาถึงตรงนี้ จะพบว่า สายDNAต้นแบบ สายนึงจะไม่มีปัญหาเพราะสามารถต่อสายไปทาง5′–>3’ได้ตามปกติ (สายต้นแบบเป็น 3′–>5′) เรียกสายใหม่ที่ได้ว่า leading strand ส่วนอีกสายนึง lagging strand จะมีปัญหา (สายต้นแบบเป็น 5′–>3′) ดังนั้น จึงมีการใช้primer เป็นช่วงๆ เพื่อให้เป็นตัวเริ่มต้นของสายสั้นๆ ในทิศ 3′–>5′ ก็คือจะได้สายใหม่ที่เป็นท่อนๆ (okazaki fragment)
    5. RNA primer จะถูกเอาออกไปเพราะมันเป็น RNA ไม่ใช่ DNA (ไม่ใช่พวกเดียวกัน) โดย DNA polemerase I มาจัดการพร้อมทั้งเติม nucleotide เข้าไปถมที่แทน
    6. สำหรับ lagging srtand การถมของ polymerase I ก็ยังทำให้เหลือช่องว่าง (nick) อยู่ DNA ligase จะเข้ามาเชื่อมช่องว่างนั้น โดยใช้ ATP ทำให้ท่อนๆมาเชื่อมกันเป็นสายยาวได้

  100. จิราวรรณ ชรินทร์ ม.6/2 พูดว่า:

    การถอดข้อความทางพันธุกรรมในดีเอ็นเอมาเป็นอาร์เอ็นเอนั้นจะมีดีเอ็นเอสายหนึ่งเป็นแม่แบบ อาร์เอ็นเอที่สร้างขึ้นจะมีการเรียงตัวของเบสตามกฎการจับคู่ของเบส
    กับเบสในสายดีเอ็นเอที่เป็นแม่แบบ เราจะเรียกดีเอ็นเอที่เป็นแม่แบบนี้ว่าสายแม่แบบ (template strand) และเรียกดีเอ็นเออีกสายหนึ่งที่ไม่ถูกถอดข้อความว่าสายรหัสพันธุกรรม (coding strand

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s