โครงสร้างของดีเอ็นเอ

เรื่องนี้ถูกเขียนใน genetics และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

16 ตอบกลับที่ โครงสร้างของดีเอ็นเอ

  1. น.ส นิลาวัลย์ เจริญ ม. 6/1 พูดว่า:

    สำหรับ DNA replication
    1. เริ่มด้วยเอนไซม์ helicase เข้าไปตัด H-bond ของเบสที่สาย DNA ที่จับคู่กันให้แยกจากกัน โดยอาศัย ATP ซึ่งการตัดนี้ทำให้เกิด replication fork
    2. จะมี single strand binding protein มาช่วยจับDNA สายเดี่ยวนี้ บริเวณ fork เพื่อให้รักษาสภาพสายไว้อย่างงั้น
    3. Primase จะสร้าง RNA primer ขึ้นมา ต่อกับDNA สายต้นแบบ เพื่อเป็นตัวเริ่มต้นให้กับสายใหม่ที่กำลังจะเกิด
    4. DNA

  2. DNA ทำจากลำดับที่ยาวนานของหน่วยเล็กเครียดกัน มีสี่ประเภทพื้นฐานของหน่วย : A, T, G และตัวอักษร C. เหล่านี้เป็นชนิดของฐานแต่ละหน่วยดำเนิน : adenine, thymine, guanine, และ cytosine ลำดับเบสเหล่านี้คำแนะนำ encodes บางส่วนของ DNA ของคุณมีศูนย์ควบคุมการเปิดและปิดยีนบางส่วนไม่ได้ทำงานและบางส่วนมีหน้าที่ที่เราไม่เข้าใจยัง ส่วนอื่น ๆ ของ DNA ของคุณมียีนที่นำคำแนะนำในการสร้างโปรตีนที่มีโซ่ยาวของกรดอะมิโน โปรตีนเหล่านี้จะช่วยสร้างชีวิต

  3. สำหรับ DNA replication
    1. เริ่มด้วยเอนไซม์ helicase เข้าไปตัด H-bond ของเบสที่สาย DNA ที่จับคู่กันให้แยกจากกัน โดยอาศัย ATP ซึ่งการตัดนี้ทำให้เกิด replication fork
    2. จะมี single strand binding protein มาช่วยจับDNA สายเดี่ยวนี้ บริเวณ fork เพื่อให้รักษาสภาพสายไว้อย่างงั้น
    3. Primase จะสร้าง RNA primer ขึ้นมา ต่อกับDNA สายต้นแบบ เพื่อเป็นตัวเริ่มต้นให้กับสายใหม่ที่กำลังจะเกิด
    4. DNA

  4. สำหรับ DNA replication
    1. เริ่มด้วยเอนไซม์ helicase เข้าไปตัด H-bond ของเบสที่สาย DNA ที่จับคู่กันให้แยกจากกัน โดยอาศัย ATP ซึ่งการตัดนี้ทำให้เกิด replication fork
    2. จะมี single strand binding protein มาช่วยจับDNA สายเดี่ยวนี้ บริเวณ fork เพื่อให้รักษาสภาพสายไว้อย่างงั้น
    3. Primase จะสร้าง RNA primer ขึ้นมา ต่อกับDNA สายต้นแบบ เพื่อเป็นตัวเริ่มต้นให้กับสายใหม่ที่กำลังจะเกิด
    4. DNA

  5. แหล่งในการเก็บข้อมูลทางพันธุกรรม (genetic information) ของสิ่งมีชีวิตคือกรดนิวคลีอิกชนิดดีเอ็นเอ (DNA,deoxyribonucleic acids) ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ 2 คน ชื่อ Watson และ Crick ได้เสนอแบบจำลองโครงสร้างดีเอ็นเอเป็นสายโพลีนิวคลีโอไทด์ (polynucleotide) 2 สายพันกันเป็นเกลียวเวียนขวาเรียกว่า เกลียวคู่ (double helix) แต่ละสายประกอบด้วยหน่วยย่อยของนิวคลีโอไทด์ที่เชื่อมต่อกันด้วยพันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์ (phosphodiester bond) ระหว่างหมู่ไฮดรอกซี่ (OH group) ที่คาร์บอนตำแหน่งที่ 3 ของน้ำตาลตัวแรกและหมู่ฟอสเฟต (phosphate group) ที่คาร์บอนตำแหน่งที่ 5 ของน้ำตาลตัวถัดไป โดยพบว่าสายโพลีนิวคลีโอไทด์ทั้งสองสายนี้จะพันกันในลักษณะวิ่งสวนทางตรงกันข้ามกัน (antiparallel)
    และถ้าดีเอ็นเอเป็นสายปลายเปิด (open-end linear strand) ที่ปลายสายของดีเอ็นเอแต่ละข้างจะพบปลาย 3’-OH (hydroxy group) ของสายหนึ่งและปลาย 5’-OH (phosphate group) ของอีกสายหนึ่งเสมอ

  6. แหล่งในการเก็บข้อมูลทางพันธุกรรม (genetic information) ของสิ่งมีชีวิตคือกรดนิวคลีอิกชนิดดีเอ็นเอ (DNA,deoxyribonucleic acids) แบบจำลองโครงสร้างดีเอ็นเอเป็นสายโพลีนิวคลีโอไทด์ (polynucleotide) 2 สายพันกันเป็นเกลียวเวียนขวาเรียกว่า เกลียวคู่ (double helix) แต่ละสายประกอบด้วยหน่วยย่อยของนิวคลีโอไทด์ที่เชื่อมต่อกันด้วยพันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์ (phosphodiester bond) ระหว่างหมู่ไฮดรอกซี่ (OH group) ที่คาร์บอนตำแหน่งที่ 3 ของน้ำตาลตัวแรกและหมู่ฟอสเฟต (phosphate group) ที่คาร์บอนตำแหน่งที่ 5 ของน้ำตาลตัวถัดไป โดยพบว่าสายโพลีนิวคลีโอไทด์ทั้งสองสายนี้จะพันกันในลักษณะวิ่งสวนทางตรงกันข้ามกัน (antiparallel)
    และถ้าดีเอ็นเอเป็นสายปลายเปิด (open-end linear strand) ที่ปลายสายของดีเอ็นเอแต่ละข้างจะพบปลาย 3’-OH (hydroxy group) ของสายหนึ่งและปลาย 5’-OH (phosphate group) ของอีกสายหนึ่งเสมอ

  7. พันธะไฮโดรเจนเป็นพันธะเคมีอ่อนแอที่เกิดขึ้นระหว่างอะตอมไฮโดรเจนและอะตอม electronegative เพิ่มเติมเช่นออกซิเจนไนโตรเจนและฟลูออรีน อะตอมเข้าร่วมโครงการจะอยู่ในโมเลกุลเดียวกัน (nucleotides ติดกัน) หรือโมเลกุล (nucleotides ติดกันบนเส้นดีเอ็นเอ) พันธะไฮโดรเจนไม่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนหรือแบ่งปันอิเล็กตรอนเช่นพันธบัตรและไอออนโควาเลนต์ สถานที่อ่อนแอเหมือนที่ระหว่างขั้วตรงข้ามของแม่เหล็ก พันธะไฮโดรเจนเกิดขึ้นห่างไกลและสามารถเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายและเสีย นอกจากนี้ยังสามารถปรับโมเลกุล

    DNA เป็นกรดนิวคลีอิกของข้อมูลที่ประกอบด้วยโมเลกุลในเซลล์ (ribonucleic acid หรือ RNA เป็นกรดนิวคลีอิกอื่น ๆ ) DNA พบในนิวเคลียสของเซลล์มนุษย์ทุก (ดูแถบด้านข้างที่อยู่ด้านล่างของหน้าเว็บสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ RNA และชนิดของเซลล์) ข้อมูลใน DNA

  8. สำหรับ DNA replication
    1. เริ่มด้วยเอนไซม์ helicase เข้าไปตัด H-bond ของเบสที่สาย DNA ที่จับคู่กันให้แยกจากกัน โดยอาศัย ATP ซึ่งการตัดนี้ทำให้เกิด replication fork
    2. จะมี single strand binding protein มาช่วยจับDNA สายเดี่ยวนี้ บริเวณ fork เพื่อให้รักษาสภาพสายไว้อย่างงั้น
    3. Primase จะสร้าง RNA primer ขึ้นมา ต่อกับDNA สายต้นแบบ เพื่อเป็นตัวเริ่มต้นให้กับสายใหม่ที่กำลังจะเกิด
    4. DNA

  9. สำหรับ DNA replication
    1. เริ่มด้วยเอนไซม์ helicase เข้าไปตัด H-bond ของเบสที่สาย DNA ที่จับคู่กันให้แยกจากกัน โดยอาศัย ATP ซึ่งการตัดนี้ทำให้เกิด replication fork
    2. จะมี single strand binding protein มาช่วยจับDNA สายเดี่ยวนี้ บริเวณ fork เพื่อให้รักษาสภาพสายไว้อย่างงั้น
    3. Primase จะสร้าง RNA primer ขึ้นมา ต่อกับDNA สายต้นแบบ เพื่อเป็นตัวเริ่มต้นให้กับสายใหม่ที่กำลังจะเกิด
    4. DNA

  10. kk พูดว่า:

    ทามไมดีเอนเอต้องเปน2สายคู่กันทั้งที่mrnaถอดรหัสไช้ดีเอนเอเพียงสายเดียวจำเปนไม๊ถ้ามีดีเอนเอแค่สายดียวก็พอ

  11. cooltonga พูดว่า:

    คำถาม : ทามไมดีเอนเอต้องเปน2สายคู่กันทั้งที่mrnaถอดรหัสไช้ดีเอนเอเพียงสายเดียวจำเปนไม๊ถ้ามีดีเอนเอแค่สายดียวก็พอ

    ตอบ : เผื่อในบางกรณีที่สายหนึ่งเกิดมิวเทชัน อย่างน้อยก็ยังมีอีกหนึ่งสายที่ยังใช้จำลองสายใหม่ที่ปกติได้

    • Pharmacist พูดว่า:

      มันต้องมี2สายถึงจะทำงานได้ เพราะ2สายมันมีข้อมูลไม่เหมือนกัน เพียงแค่ mRNA มันจำลองเพียงสายเดียว เพราะสายที่มันจำลองอะสามารถสร้างสายใหม่ที่เหมาะสมขึ้นมาโดยอัตโนมัติได้เลย เพราะเบสตัวนึงจะดึงให้เบสที่เหมาะสมอีกตัวนึงมาเกาะอยู่แล้ว mRNAเลยไม่ต้องสร้าง2สาย แต่สร้างสายเดียวแล้วใช้เบสบนสายนั้นดึงเบสที่เหมาะสมมาเกาะให้เกิดเปนสายที่2แทน

      • Pharmacist พูดว่า:

        แต่ที่ผมบอกไปข้างบน มันเปนการreplicationแบบsemiconservativeนะครับ หากเปนแบบconservativeหรือdispersionก็จะเปนอีกแบบนึง แต่ทุกแบบล้วนใช้DNAทั้ง2สาย และmRNAก็copyสายDNAทั้ง2สายเลย(ไม่ใช่สายเดียวนะครับ) สายนึงของDNAเรียกว่าleading strand อีกสายนึงเรียกว่าlagging strand(DNAมี2สาย ซึ่งmRNAก็ไปcopyทั้ง2สายเลยนะ)

  12. cooltonga พูดว่า:

    ขอบคุณ คุณ Pharmacist ครับ สำหรับคำอธิบายเพิ่มเติม

  13. Pharmacist พูดว่า:

    หากมันทำให้น้องๆเข้าใจมากขึ้นพี่ก็ดีใจครับ ถูกผิดตรงไหนน้องๆก็ช่วยบอกพี่ด้วยนะครับบางทีพี่ก็ลืมหรือเข้าใจผิด

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s