ไลเคนส์

โดย… ดร.สุนัดดา  โยมญาติ

 ไลเคนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ มีการดำรงชีวิตแบบภาวะพึ่งพากันระหว่างสาหร่ายสีเขียวและไซยาโนแบคทีเรียกับ ฟังไจ (fungi) โดยที่เรียกสาหร่ายสีเขียวหรือไซยา โนแบคทีเรียในไลเคนว่า โฟโตไบออนท์ (photobiont) และเรียกฟังไจว่าไมคอไบออนท์ (mycobiont) ฟังไจในไล เคนส่วนมากอยู่ในไฟลัมแอสโคไมโคตาและมีบางชนิดเป็นฟังไจในไฟลัมเบสิดิโอไมโค ตาบ้างเรียกไลเคนที่เกิดจากฟังไจ 2ไฟลัมนี้ว่าแอสโคไลเคน (ascolichen) (ภาพที่ 1) และเบสิดิโอไลเคน (basidiolichen) (ภาพที่ 2)  ตามลำดับ รูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในไลเคน อาจเป็นได้ 3 รูปแบบ คือ
1.       ฟังไจ กับสาหร่ายสีเขียว
2.       ฟังไจ กับไซยาโนแบคทีเรีย
3.       ฟังใจ กับสาหร่ายสีเขียวและไซยาโนแบคทีเรีย

ภาพที่ 1 แอสโคไลเคน

(ทีมา  http://steveaxford.smugmug.com/Living-Things/Fungi-the-recyclers/Ascomycota-and-lichen/5040394_vkS5m/2/179222087_RLeo7/Small (retrieved 20/11/10)

ภาพที่ 2 เบสิดิโอไลเคน Dictyonema glabratum

ที่มา http://www.amjbot.org/content/vol94/issue8/cover.shtml (retrieved 20/11/10
)

การดำรงชีวิตของไลเคน

สาหร่าย สีเขียวและไซยาโนแบคทีเรียสามารถสร้างอาหารได้จากกระบวนการสังเคราะห์ด้วย แสง ฟังไจจึงได้รับอาหารนั้นด้วย ขณะเดียวกันเส้นใยหรือไฮฟา (hypha) ของ ฟังไจมีสมบัติในการเก็บความชื้นได้ดี ฟังไจจึงช่วยรักษาความชื้นให้กับสาหร่ายสีเขียวและไซยาโนแบคทีเรีย นอกจากนี้เส้นใยของฟังไจที่สานตัวกันแน่นจะช่วยป้องกันความร้อนและแสงแดดอีก ด้วย

ไลเคนพบได้ทั่วไป ทั้งบริเวณที่มีอากาศหนาวแถบขั้วโลก หรือตามทะเลทรายที่ร้อนและแห้งแล้ง ตามชายหาดหิน ป่าในเขตอบอุ่นและเขตร้อนตั้งแต่พื้นราบจนถึงยอดเขาสูง แต่จะไม่พบไลเคนบริเวณที่มีมลพิษในอากาศ เช่น เขตอุตสาหกรรม เขตเมืองที่มีมลพิษ หรือบริเวณที่มีการจราจรหนาแน่น  ดังนั้นไลเคนจึงเสมือนเป็นตัวบ่งชี้คุณภาพของอากาศได้อีกด้วย

โครงสร้างของไลเคน

ฟังไจกับสาหร่ายสีเขียวหรือไซยาโนแบคทีเรียที่อยู่ร่วมกันเป็นไลเคน จะสร้างโครงสร้างที่เรียกว่าทัลลัส (thallus) เมื่อ ผ่าไลเคนตามขวางเพื่อดูโครงสร้างภายในทัลลัส พบว่าประกอบขึ้นจากไฮฟาของฟังไจกับสาหร่ายสีเขียวหรือไซยาโนแบคทีเรียเรียง ตัวกันเป็น 3 ชั้น ดังภาพที่ 3 ซึ่งประกอบด้วย

ภาพที่ 3 ภาพตัดตามขวางของไลเคน

ที่มา http://www.uoguelph.ca/~gbarron/MISC2006/lichen.htm (retrieved 20/11/10)

โครงสร้างของไลเคน

1. ชั้นอัพเปอร์คอร์เทกซ์ (upper cortex) เป็นชั้นบนสุดที่เกิดจากไฮฟาของฟังไจสานตัว กันอย่างแน่น
2. ชั้นเมดูลลา (medulla) เป็นบริเวณที่โฟโตไบออนท์อาศัยอยู่ โดยไฮฟาของฟังไจพันไว้โดยรอบ เป็นชั้นที่เก็บน้ำและธาตุอาหารต่าง ๆ (ภาพที่ 4)

 

ภาพที่ 4 ภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็คตรอน แสดงเซลล์ของสาหร่ายในชั้นเมดูลา

ที่มา http://gallery.bestpicture.ch/bestpicture/series-5/picture-2443/?q7=en (retrieved 20/11/10)

3. ชั้นโลเวอร์คอร์เทกซ์ (lower cortex) อยู่ด้านล่าง เป็นชั้นที่ไฮฟาของฟังไจสานกันแน่น

และไฮฟาบางส่วนพัฒนา เป็นไรซีน (rhizine) เพื่อใช้ยึดเกาะกับผิววัสดุ

       

ภาพที่ 5 ไรซีนทำหน้าที่ยึดไลเคนไว้กับผิววัสดุ

ที่มา http://allencentre.wikispaces.com/Mosses,+Lichens+and+Liverworts (retrieved 20/11/10)

ไลเคนสามารถแบ่งตามลักษณะของทัลลัสได้เป็น 4 กลุ่ม คือ

1. ครัสโตส (Crustose) มีลักษณะ เป็นฝุ่นผงอัดเป็นแผ่นแบน (crusty) เกาะติดแน่นกระจายบนก้อนหิน เปลือกไม้ หรือกิ่งไม้ สามารถทนต่อความแห้งแล้งได้ พบไลเคนกลุ่มนี้ได้ทั่วไป

ภาพที่ 6 ครัสโตสไลเคน

ที่มา http://www.thaigoodview.com/node/72944?page=0%2C5 (retrieved 20/11/10)

2.  โฟลิโอส (Foliose) มีลักษณะ เป็นแผ่นแบนคล้ายแผ่นใบ (leafy) ด้านล่างมีไรซีนใช้เกาะติดกับก้อนหินหรือเปลือกไม้ พบได้บริเวณที่มีความชื้น

ภาพที่ 7 โฟลิโอส ไลเคน

ที่มา http://www.naturfoto-cz.de/tube-lichen:hypogymnia-physodes-photo-1610.html (retrieved 20/11/10)

3.  ฟรูติโคส (Fruticose) หรือ ฝอยลม มีลักษณะเป็นกิ่งก้านหรือเส้นคล้ายกิ่งไม้หรือไม้พุ่ม (shrubby) เกาะตามกิ่งไม้ทั่วไป มักพบตามบริเวณที่มีความชื้นสูง เช่น ภูเขาสูง น้ำตก ชายฝั่งทะเล

ภาพที่ 8 ฟรูติโคสไลเคน

ที่มา http://www.flickr.com/photos/45693831@N00/386266124 (retrieved 20/11/10)

4.  สะแควมูโลส (Squamulose) มีลักษณะเป็นเกล็ดคล้ายเกล็ดปลา มีบางส่วนของทัลลัสเกาะติดกับผิววัตถุเพียงเล็กน้อย

ภาพที่ 9 สะแควมูโลสไลเคน

ที่มา http://website.nbm-mnb.ca/mycologywebpages/NaturalHistoryOfFungi/AlgalMutualisms.html (retrieved 20/11/10)

ในสมัยโบราณไลเคนนำมาใช้เป็นยาพื้นบ้าน ใช้ลดไข้ รักษาโรคผิวหนัง แผลติดเชื้อ บรรเทาอาการท้องเสีย นำมาผลิตเป็นน้ำหอม และสกัดสีสำหรับย้อมผ้าและใส่ในเครื่องดื่ม หรือใช้เป็นตัวบ่งชี้ความเป็นกรด เบสของสารต่างๆ เช่น ลิตมัสสีน้ำเงิน (litmus) ซึ่งสกัดได้จากไลเคนหลายชนิด ปัจจุบันเมื่อมีการศึกษาสมบัติของไลเคนแล้ว พบว่าไลเคนสามารถสร้างสารประกอบประเภทฟีนอลหลายชนิด ซึ่งมีสมบัติดูดซับแสง UVB และมีสารต้านอนุมูลอิสระ จึงนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง นอกจากนี้ยังมีการศึกษาสารประกอบทุติย ภูมิที่สกัดจากไลเคนหรือฟังไจที่แยกจากไลเคน พบสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพมากกว่า 1,000 ชนิด ซึ่งมีสมบัติยับยั้งจุลินทรีย์ เช่น แบคทีเรีย ฟังไจและไวรัส ยังยั้งเซลล์มะเร็ง และช่วยลดไข้ เป็นต้น

     นอกจากนั้นไลเคนยังถูกใช้เป็นตัวบ่งชี้ในการวัดคุณภาพของอากาศ ได้อีกด้วย ซึ่งไลเคนแต่ละชนิดมีความสามารถในการทนทานต่อระดับมลภาวะได้ไม่เท่ากัน ไลเคนที่ใช้วัดคุณภาพอากาศมีอยู่ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกคือกลุ่มที่อ่อนไหวมาก เช่น ฟรูติโคส ซึ่งขึ้นเฉพาะบริเวณที่มีอากาศบริสุทธิ์และมีความชื้นสูง กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่อ่อนไหว เช่น โฟลิโอส ที่ดำรงชีวิตในบริเวณที่มีอากาศดี และกลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มที่ทนทานต่ออากาศไม่ดีได้ การสำรวจพื้นที่ศึกษาว่ามีไลเคนกลุ่มใดบ้างและมีจำนวนมากน้อยเพียงใด จะสามารถบอกได้ว่าคุณภาพอากาศในบริเวณนั้นเป็นอย่างไร

—————————————————————

เอกสารอ้างอิง

Muller, K. 2001. Pharmaceutically relevant metabolites from lichens. Appl. Microbiol. Biotechnol. Vol. 56 (1-2) : 9-16.
Shukla, V.  Joshi, J.P., and RawatM.S.M. 2010. Lichens as a potential natural source of bioactive compounds: a review. Phytochemistry ReviewsVol. 9 (2): 303-314.
หน่วยวิจัยไลเคน (Online). Available :  http://www.ru.ac.th/lichen/ (Retrieved 20/11/2010)
สำรวจไลเคนเมืองกรุงกับนักสืบสายลม (Online). Available :  http://www.oknation.net/blog/naturethai/2009/12/09/entry-1(Retrieved 20/11/2010)
Lichen (Online). Available :  http://en.wikipedia.org/wiki/Lichen (Retrieved 20/11/2010)
Lichen Transect Procedure (Online). Available :  http://www.concord.org/~btinker/gaiamatters/investigations/lichens/procedure.html (Retrieved 20/11/2010)
Mutualisms between fungi and algae (Online). Available :  http://website.nbm-mnb.ca/mycologywebpages/NaturalHistoryOfFungi/AlgalMutualisms.html (Retrieved 20/11/2010)
What is a Lichen (Online). Available :  http://www.earthlife.net/lichens/lichen.html (Retrieved 20/11/2010)

ที่มา : http://biology.ipst.ac.th/index.php/2009-12-21-05-11-38/302-lichens.html

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s